วอลโว่เอส40 ติดเพาเวอร์ชิฟท์เพิ่มคล่องตัว

  • วันที่ 05 พ.ค. 2553 เวลา 11:26 น.

คุณสมบัติที่วอลโว่ถือเป็นจุดขาย ก็คือการติดตั้งระบบ เกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ ในรถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นรุ่นแรกของประเทศไทย ซึ่งวอลโว่ คุยว่าให้กำลังที่ไหลลื่นคล่องตัว

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

ค่ายวอลโว่ ประเทศไทย ในช่วงหลังจากการปรับเปลี่ยนประธานเป็นคนไทย ก็ดูเหมือนว่าจะมีบรรยากาศแห่งความครึกครื้นที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของตัวสินค้าที่ในที่สุด วอลโว่ ก็ตัดสินใจนำเข้ารถอย่างวอลโว่ เอส40 และวี50 เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ

โดยเฉพาะในรุ่นเอส40 มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่วอลโว่ถือเป็นจุดขาย ก็คือการติดตั้งระบบ เกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ ในรถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเป็นรุ่นแรกของประเทศไทย ซึ่งวอลโว่ คุยว่าให้กำลังที่ไหลลื่นคล่องตัว และให้อัตราการสิ้นเปลืองที่โดดเด่นกว่าเกียร์ธรรมดาทั่วไป

รูปร่างหน้าตายังคงความเป็นวอลโว่ ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าจะเป็นน้องคนเล็กของค่าย แต่ เอส 40 ก็ยังมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางพอสมควร ไฟหน้าแบบไบซีนอนแบบแยกดวงให้ความสว่าง และปรับมุมการส่องสว่างแบบอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน

ไฟท้ายแบบโค้งมนตามโครงสร้างของตัวถัง มองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นวอลโว่ ห้องโดยสารถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างหลากหลาย เบาะทุกที่นั่งสามารถปรับราบเพื่อวางของขนาดยาว พนักพิงด้านหน้าพับราบได้ ขณะที่เบาะด้านหลังพับได้ในสัดส่วน 60:40 ทำให้การขนย้ายสัมภาระต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายขึ้น แผงคอนโซลหน้าแบบลอยตัว ดูทันสมัยและโปร่งตา มาพร้อมช่องเก็บของแบบเรืองแสงด้านหลัง ที่เก็บของและที่เท้าแขนออกแบบมาให้เน้นการใช้งานได้ดี

เครื่องยนต์ที่ติดตั้งมาเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียงแนวขวาง ขนาด 2.0 ลิตร ตามสเปกให้พละกำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที โดยสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้แค่อี10 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเล็กน้อย สำหรับค่ายที่พยายามจะเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน อย่างต่ำๆ ก็น่าจะใช้อี20 ได้เป็นอย่างน้อย

ติดตั้งระบบเกียร์แบบเพาเวอร์ชิฟท์ ที่เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างวอลโว่และเกอแทร็ก เพื่อช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ วอลโว่คุยว่าเพาเวอร์ชิฟท์จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลงได้ 8% เมื่อเทียบกับเกียร์อัตโนมัติทั่วไป แถมยังปล่อยไอเสียลดลงอีกด้วยในการขับขี่จริง

ต้องยอมรับว่าวอลโว่ยังวางตำแหน่งรถคันนี้สำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ได้มุ่งหวังที่ความสปอร์ตเสียมากมาย แม้จะติดตั้งระบบเพาเวอร์ชิฟท์มาแล้ว แต่อารมณ์การขับขี่ของวอลโว่ยังเดิมๆ คือไปเรื่อยๆไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดมากมาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากการใช้เกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ก็คือความลื่นไหลของการขับขี่บนท้องถนน

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเกือบๆ 10 วินาที และความเร็วจะเริ่มมาอย่างต่อเนื่องในช่วงความเร็วกลาง และเริ่มตื้ออีกครั้งหลังจากผ่าน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว จากนั้นก็จะค่อยๆ ไหลเพิ่มขึ้นไปจนทะลุ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ไม่กล้าเหยียบต่อ
ช่วงล่างของวอลโว่ที่ปกติหลายๆ คนเข้าใจว่าจะหนักไปทางนุ่มนวลนั่งสบาย พอมาอยู่ในรถยนต์นั่งระดับเล็กของค่าย ให้ความนุ่มนวลที่ความเร็วต่ำ แต่เมื่อความเร็วสูงขึ้นก็ไม่ได้ทิ้งความมั่นคงและแม่นยำในการขับขี่แต่อย่างใด อาจจะมีการโยนตัวของรถในระดับที่พอรู้สึกได้

อัตราการกินน้ำมันจากออนบอร์ดคอมพิวเตอร์ ระบุว่าการขับขี่ตลอดระยะเวลาที่รถอยู่กับผม ที่มีการขับขี่ทุกรูปแบบ ทั้งในเมือง นอกเมือง ขับชิลชิลกินลม ขับเร่งแบบเค้นสมรรถนะ กินน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9-10 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าดี เพราะตามสเปกเองค่าที่ดีที่สุดจากการเฉลี่ยใน-นอกเมือง ทำได้ที่ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร

สิ่งที่วอลโว่อัดมาให้เต็มที่เหนือกว่าคู่แข่งก็คือออปชันที่ติดตั้งมาให้เต็มคัน เทียบกับราคาจำหน่าย 1.799 ล้านบาท ระบบการป้องกันทั้งก่อนและหลังการชน ระบบเตือนมุมอับสายตา ถุงลมนิรภัย ม่านนิรภัย ไล่ไปถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างคีย์เลส เอนทรี ก็ติดตั้งมาให้แบบครบครัน

แถมซื้อตอนนี้ยังได้รับการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร บริการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร รวมไปถึงการเป็นสมาชิกบัตรทองของวอลโว่ แอสซิสแทนท์อีก 3 ปี เรียกว่าซื้อรถคันเดียวมีบริการดีๆ ตามมาอีกเพียบ เป็นรถที่น่าสนใจอีกรุ่นหนึ่ง
ใครสนใจลองไปชมกันได้ที่โชว์รูมทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ!!!

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ