"ซันโทรี่"ควัก50ล้านหวนสู้ศึกชาเขียว

  • วันที่ 16 ก.ย. 2556 เวลา 22:18 น.

"ซันโทรี่"ควัก50ล้านหวนสู้ศึกชาเขียว

ซันโทรี่ ทุ่ม 50 ล้าน ลุยตลาดชาเขียวอีกระลอก ตัดใจถอดมิเรอิออก ส่งทีพลัส ชนอิชิตัน-โออิชิ แทน

นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผลไม้ทิปโก้ เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดตัวชาเขียวพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ซันโทรี่ที พลัส ลงสู่ตลาดชาเขียวมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท นับว่าเป็นการกลับมารุกทำตลาดอีกครั้งของซันโทรี่ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวชาเขียวมิเรอิและกำลังจะนำออกจากตลาด

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ของซันโทรี่ต้องการเข้ามาเปิดตลาดในไทยและในอาเซียน โดยร่วมทุนกับบริษัท ทิปโก้ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตลอดเวลาได้ทดลองเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง หากสินค้าที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทจะนำสินค้าออกจากตลาดไป อาทิ ดาการะ เป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงก์ตัวแรกที่เข้ามาทำตลาดและได้นำออกจากตลาดไปแล้ว

สำหรับซันโทรี่ ที พลัส เป็นชาเขียวอู่หลงที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างทิปโก้กับซันโทรี่ การหวนกลับมาทำตลาดชาเขียวอีกครั้งของซันโทรี่ เพราะเป้าหมายของบริษัทต้องการปักธงลงตลาดชาเขียวพร้อมดื่มในไทย แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันการทำโปรโมชันรุนแรง โดยได้เปิดตัวด้วยกัน 3 รสชาติ ได้แก่ รสต้นตำรับ ผสมมะนาว และปราศจากน้ำตาล ขนาด 500 มล. ราคา 20 บาท

ด้านนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน กล่าวว่า การมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตมากยิ่งขึ้น จากในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโต 25% มูลค่าเพิ่มจาก 1.3 หมื่นล้านบาท เป็น 1.65 หมื่นล้านบาท

ขณะที่แคมเปญ “อิชิตันทัวร์ยกแก๊งฮอกไกโด” ตอน รหัสช้อปเปรี้ยง 1 ล้านบาท ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายในช่วง 1 เดือน เติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเติบโตตามเป้าหมาย เพราะในช่วงที่เปิดแคมเปญตลาดกำลังเข้าสู่โลว์ซีซั่นหรือนอกฤดูกาลขาย แตกต่างจากการเปิดตัวแคมเปญหน้าร้อนที่ทำให้ยอดขายโตได้ถึง 50%

อย่างไรก็ตาม แผนปีหน้านี้ บริษัทจัดแคมเปญโปรโมชันเพียงแค่ครั้งเดียวจากในช่วงที่ผ่านมาจะจัดปีละ 2 ครั้ง เนื่องจากในปีหน้าต้องการสร้างแบรนด์มากกว่า ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 6,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ 4,500 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งทั้งปี 40% เป็นอันดับ 2 โดยมีโออิชิเป็นอันดับ 1 มีส่วนแบ่ง 42-45%

ข่าวอื่นๆ