โต้งย้ำศก.ไทยไม่ถดถอย-บาทอ่อนส่งผลดี

วันที่ 24 ส.ค. 2556 เวลา 10:53 น.
โต้งย้ำศก.ไทยไม่ถดถอย-บาทอ่อนส่งผลดี
กิตติรัตน์ ยัน เศรษฐกิจไทยไม่ ถดถอย มั่นใจ เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อตัวเลขการส่งออก เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" กรณีสำนักข่าวบีบีซี รายงานเศรษฐกิจประเทศไทยเข้าสู่ภาวะถดถอย ว่า ส่วนตัวเข้าใจว่าน่าจะมาจากการดูตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนปี 2556 นำไปเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งออกมาเป็นลบ และเป็นตัวเลขประกอบ เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาวประจำปีประกอบกับไทยหยุดรับแก๊สธรรมชาติจากประเทศเมียนมาร์กว่า สัปดาห์ และเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องชะลอการผลิต จึงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ได้ แต่ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการส่งออกให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ จึงส่งสัญญาณว่าประเทศไทยไม่ได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่อย่างใด

สำหรับไตรมาส 3 ของปี 2556 ไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยสิ่งสำคัญคือ การใช้จ่ายภาครัฐ ที่ต้องเดินหน้าให้ได้ต่อเนื่อง ตลอดจนความมั่นใจต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะต้องพยายามเดินหน้ากลไกที่มีอยู่อย่างจริงจัง ทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาครัฐ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน

“อยากให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และสร้างบรรยากาศที่ดีร่วมกัน ยืนยันว่า ไทยมีพื้นฐานที่ดี ทั้งการกระจายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราการว่างงาน ที่สำคัญคือ ประเทศไทยต้องเดินหน้าในโครงการลงทุนที่สำคัญของประเทศ และอยากบอกว่าจะมองประเทศไทย ขอให้มองยาวๆ อย่ามองเป็นสถานการณ์ระยะสั้นเท่านั้น” นายกิตติรัตน์กล่าว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ไทยยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออก จึงได้รับผลกระทบจากต่างประเทศด้วย แต่ไทยมีภูมิคุ้มกันที่ดี เช่น มีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงมาก ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ยังมีฐานะที่แข็งแกร่งเพียงพอจะดูแลสถานการณ์พลังงานได้ดี สิ่งที่ประเทศต้องการคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะกลายเป็นศักยภาพของประเทศในสายตาของต่างชาติ ไทยยังคงได้รับความสนใจ ดูได้จากการขอรับส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ส่วนประเทศเพื่อนบ้าน ก็คาดหวังให้ไทยเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงตลาดอาเซียนเข้าด้วยกัน และในแง่ตลาดทุน แม้ว่าจะมีความผันผวนอยู่บ้าง แต่ก็ถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำ ส่วนการไหลออกของเงินทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าไม่เป็นผลกระทบมากนัก เพราะที่ผ่านมาเงินต่างชาติอาจถือได้ว่าเข้ามามากเกินความเหมาะสม ประกอบกับเงินสำรองของไทยยังถือว่าสูงมาก

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจอยู่ระหว่างการปรับสมดุล โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้นมาจากการบริโภคในประเทศ หลังจากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไปแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มคุณภาพบุคลากร การพัฒนาต่อยอดสินค้า

บทความแนะนำ