ม.รังสิตชู “ห้องเรียนอัจฉริยะ” จับมือซัมซุงปั้นโมเดลการศึกษายุคดิจิตอล

Sponsored Content
วันที่ 16 ก.ย. 2556 เวลา 00:00 น.
ม.รังสิตชู “ห้องเรียนอัจฉริยะ” จับมือซัมซุงปั้นโมเดลการศึกษายุคดิจิตอล
ซัมซุงและมหาวิทยาลัยรังสิตผนึกกำลังร่วมสร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนระบบการเรียนการสอนไทยสู่ Smart Classroom หรือห้องเรียนอัจฉริยะ

ในยุคที่การสื่อสารได้รับการขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยีที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว จากกระดานชนวนสู่กระดานอิเล็กทรอนิกส์พัฒนาการเรียนการสอนก้าวไกลในห้องเรียนอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยรังสิตSmart Classroomแห่งแรกของประเทศไทยที่มีการเรียนการสอนรับกับยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่การวางระบบอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายทั่วมหาวิทยาลัย จนถึงระบบการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟผ่านผลิตภัณฑ์ซัมซุง เช่น ซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต10.1 (Samsung Galaxy Note10.1)และซัมซุงอีบอร์ด(Samsung E-Board)เริ่มนำร่องโดยนักศึกษาชั้นปีที่1จำนวนนับพันคน ในวิชาธรรมาธิปไตยและภาษาอังกฤษ ก่อนนำติดตั้งในทุกห้องเรียนของมหาวิทยาลัย

มณฑล มังกรกาญจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัดกล่าวถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยรังสิตว่า ห้องเรียนอัจฉริยะเกิดขึ้นจากความสนใจที่ตรงกันระหว่างซัมซุงและม.รังสิตในการพัฒนาระบบการเรียนการสอนหรือระบบการศึกษาของไทยให้มีความทันสมัยและสนองตอบความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล

“ซัมซุงในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกมองเห็นความสำคัญของการเดินหน้าการศึกษายุคดิจิตอลผ่านนวัตกรรมและโซลูชั่นในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ด้วยการนำเสนอเครื่องมือเทคโนโลยีที่ช่วยให้การสอนง่ายดายและสนุกขึ้น เช่น ซัมซุงกาแล็คซี่โน้ต10.1และซัมซุงอีบอร์ด”

ไม่เพียงอุปกรณ์การเรียนการสอนที่อยู่ภายใต้แบรนด์ซัมซุงเท่านั้น การศึกษายุคดิจิตอลในห้องเรียนอัจฉริยะยังเหนือกว่าด้วยการออกแบบโซลูชั่นเฉพาะเพื่ออาจารย์และนักศึกษาสามารถโต้ตอบและเรียนรู้บทเรียนไปพร้อมกัน รวมทั้งยังสามารถทดสอบความรู้ก่อนเรียนและหลังเรียนผ่านการตอบคำถามในแท็บเล็ตส่วนตัวได้ทันที โดยนักศึกษาสามารถตรวจสอบคำตอบและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่ได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ และดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยรังสิตกล่าวเสริมคุณประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีของซัมซุงในการเรียนการสอนปัจจุบันว่า การใช้แท็บเล็ตทำให้การเรียนไม่ต้องใช้กระดาษแม้แต่แผ่นเดียว ซึ่งช่วยให้นักศึกษาประหยัดต้นทุน และไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่าถ่ายเอกสารช่วงใกล้สอบ เนื่องจากข้อมูลของอาจารย์สามารถเชื่อมโยงกับแท็บเล็ตของนักศึกษาได้ทั้งหมด

“นักศึกษาสามารถจดบันทึกการสอนลงบนแท็บเล็ตได้ทำให้ไม่ต้องพกพาหนังสือเรียนจำนวนมาก สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในระบบห้องสมุดที่เริ่มปรับสัดส่วนเพิ่มจำนวนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นซึ่งในอนาคตข้อมูลความรู้มีแนวโน้มอยู่ในแท็บเล็ตหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าการพกพาหนังสือเล่ม”

“ซัมซุงในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลกมองเห็นความสำคัญของการเดินหน้าการศึกษายุคดิจิตอลผ่านนวัตกรรมและโซลูชั่นในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่”

รวมทั้ง แอพพลิเคชั่นพิเศษMAKUB (มาครับ) ซึ่งซัมซุงร่วมพัฒนากับม.รังสิตบนพื้นฐานของความเป็นจริงที่เริ่มจากความต้องการใช้เวลาการสอนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยช่วยลดระยะเวลาเช็กชื่อนักศึกษาในห้องจำนวนกว่า100คน จากเดิม15นาทีเป็น30วินาทีเพียงนักศึกษายกแท็บเล็ตขึ้นมาเขย่าหลังจากเข้ามาอยู่ในห้องเรียน นักศึกษาจะมีรหัสส่วนตัวหรือรหัสนักศึกษาที่สอดคล้องกับรหัสเครื่อง ซึ่งจะส่งสัญญาณเข้าระบบเช็กชื่อผ่านwi-fiให้อาจารย์มองเห็นเครื่องที่ได้รับการcheck inในห้องเรียนทั้งหมด ส่งผลให้สามารถลดระยะเวลาเช็กชื่อและสร้างสีสันให้การเรียนสนุกขึ้น

เรามองเห็นความกระตือรือร้นและความสนใจการใช้เทคโนโลยีในการเรียนของนักศึกษาในทันที ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศการทบทวนบทเรียนผ่านแท็บเล็ตบริเวณใต้ตึกเรียน หรือการแสดงความคิดเห็นในห้องเรียนที่กล้าเปิดเผยและสนุกมากขึ้น ขณะที่อาจารย์ผู้สอนก็สามารถทำโพลและวิจัยในชั้นเรียนได้ทันที

ในวันนี้มหาวิทยาลัยรังสิตสามารถเดินหน้าตามวิสัยทัศน์การเป็นE-Universityได้อย่างเต็มรูปแบบจากการสนับสนุนของซัมซุงที่พร้อมให้บริการอย่างเชี่ยวชาญและเสริมศักยภาพทางด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันวางรากฐานและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในมหาวิทยาลัย รวมทั้ง การสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับผู้สอนในการใช้เทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง