พณ.เตรียมกำหนดราคาจำนำข้าวตามรายได้

วันที่ 07 ก.ค. 2556 เวลา 21:14 น.
พณ.เตรียมกำหนดราคาจำนำข้าวตามรายได้
"ยรรยง"สั่งศึกษาข้อมูลต้นทุนผลิตข้าวในแต่ละพื้นที่ เผยเตรียมกำหนดราคารับจำนำแบ่งตามรายได้เกษตรกรสูงสุด 1.3-1.4หมื่นบาทต่อตัน

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้า (อคส.) เร่งศึกษาข้อมูลข้าวของแต่ละพื้นที่ว่าต้นทุนแตกต่างอย่างไร เพื่อนำมาเฉลี่ยแล้วกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาล 2556/57 ได้อย่างเหมาะสม เบื้องต้นเห็นว่าการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้ ในส่วนของข้าวเปลือกเจ้าจะต้องดูแลเกษตรกรรายย่อยให้ได้รับประโยชน์มากสุด

นายยรรยงกล่าวว่า แนวทางการรับจำนำข้าวจะมีการกำหนดรายได้ต่อครัวเรือนกับราคาที่ได้ในการนำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำให้ชัดเจนขึ้น เช่น หากเกษตรกรนำข้าวเปลือกมาเข้าโครงการรับจำนำแล้วคำนวณออกมาเป็นเงินไม่เกิน 1.5-2 แสนบาท/ครัวเรือน จะได้รับราคาจำนำสูงสุด เช่น 1.3-1.4 หมื่นบาท/ตัน ส่วนที่เกินกว่านั้น 2-5 แสนบาท/ครัวเรือน ราคาจะลดหลั่นลงมา เช่น 1.2-1.3 หมื่นบาท/ตัน และที่เกินกว่า 5 แสนบาท/ครัวเรือนขึ้นไป หากนำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำจะได้ราคาตามราคาตลาด เป็นต้น

"วิธีการนี้จะเป็นดูแลชาวนารายย่อยได้ครอบคลุมมากสุด และไม่ทำให้ข้าวเข้าโครงการรับจำนำมากเกินไป ซึ่งราคารับจำนำจะกำหนดเท่าไหร่ ต้องรอข้อสรุปจากหน่วยงานต่างๆ และเสนอคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณา ซึ่งจะต้องเป็นราคาที่นำราคาข้าวในตลาด แต่ก็จะไม่สูงกว่าราคาตลาดเกินไป"รมช.พาณิชย์ กล่าว

สำหรับ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ซึ่งสามารถปลูกได้ปีละรอบเดียว รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลมากเป็นพิเศษ ซึ่งราคาอากำหนดให้สูงใกล้เคียงราคารับจำนำเดิมคือตันละ 2 หมื่นบาท เพราะข้าวหอมมะลิไม่ได้มีปัญหาเรื่องปริมาณข้าวที่จะเข้ามาโครงการรับจำนำ เนื่องจากมีผลผลิตจำกัด โดยแต่ละปีสามารถปลูกได้ประมาณ 4 ล้านกว่าตันข้าวเปลือก หรือแปรเป็นข้าวสารได้ประมาณ 2 ล้านกว่าตันเท่านั้น

นอกจากนี้ จะต้องมีการกำหนดวิธีบริการจัดการในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกใหม่หมด โดยจะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าข้าวสารที่สีแปรสภาพแล้วเข้ามาเก็บไว้ในโกดังมาจากโรงสีใด เกษตรกรรายใดเป็นผู้นำมารับจำนำ ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการในโครงการรับจำนำมีประสิทธิภาพมากขึ้น