คมนาคมเข้มกฎหมายเอาผิดผู้ก่อกวนการบิน

วันที่ 18 มิ.ย. 2556 เวลา 18:24 น.
คมนาคมเข้มกฎหมายเอาผิดผู้ก่อกวนการบิน
คมนาคม เตือน 5,000 สถานีวิทยุชุมชนเถื่อน-บั้งไฟ ป่วนการบิน พร้อมใช้กฎหมายจัดการมีโทษจำคุก-สูงสุดถึงประหารชีวิต

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการบูรณาการด้านการขนส่งทางอากาศว่า กรมการบินพลเรือน(บพ.) เตรียมนำ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 มาบังคับใช้ เพื่อป้องกันปัญหาการควบคุมจราจรทางอากาศ ถูกรบกวนจากคลื่นวิทยุชุมชน การจุดบั้งไฟ และโคมลอย โดยจะนำมาตรา 6 ซึ่งเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำให้เกิดความเสียหายต่ออากาศยานในระหว่างการให้บริการและมาตรา 8 ข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศมาบังคับใช้

“การจุดบั้งไฟ โคมลอย และคลื่นวิทยุชุมชนกำลังสร้างปัญหาต่อการติดต่อสื่อสารในการควบคุมการจราจรทางอากาศเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการบิน ดังนั้นเราจะต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น โดยต่อไปหากพบมีการฝ่าฝืนจุดบั้งไฟหรือโคมลอย ขึ้นไปรวบกวนทำลายอากาศยานจนทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย จะมีความผิดตามมาตรา 6 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี – 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต” พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว

สำหรับ กรณีรายการวิทยุชุมชนส่งสัญญานคลื่นรบกวน หากตรวจพบต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 8 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1–15 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 – 30,000 บาท เชื่อว่า บทลงโทษที่รุนแรง จะช่วยลดและแก้ปัญหาดังกล่าวได้

ด้านนายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน (บพ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานีวิทยุชุมชนทั้งสิ้น 7,000 แห่ง แต่เป็นสถานีวิทยุชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเพียง 2,000 แห่ง ส่วนที่เหลืออีก 5,000 แห่งเป็นสถานีวิทยุเถื่อน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคลื่นวิทยุที่ส่งสัญญาณรบกวนการบินส่วนใหญ่เป็นสถานีวิทยุเถื่อน ที่มีการส่งสัญญาณจากเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานไปยัง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย( บวท.) เพื่อขอรายชื่อสถานีวิทยุเถื่อนที่สร้างปัญหา

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น บพ.จะส่งหนังสือเตือนไปยังสถานีต่าง ๆให้ยุติการส่งสัญญานคลื่นรวบกวน ซึ่งหากเตือนแล้วยังไม่ได้ผล บพ. จะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย กับทุกสถานีวิทยุที่ฝ่าฝืน

น.ต.ประจักษ์ สัจจโสภณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า หากตรวจสอบวิทยุชุมชนที่ปล่อยคลื่นรบกวนแล้ว พบว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จะตักเตือนก่อน แต่หากเป็นวิทยุชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้อง จะแจ้งจับดำเนินคดีทันที