ทิ้งจองรถคันแรกลีสซิ่งเข้มปล่อยกู้

วันที่ 01 พ.ค. 2556 เวลา 09:00 น.
ทิ้งจองรถคันแรกลีสซิ่งเข้มปล่อยกู้
รถคันแรกแผ่วจองซื้อรถขอสินเชื่อไม่ผ่านลีสซิ่งกลัวก่อหนี้เกินตัว ส่งผลไม่รับรถ

นายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ลูกค้าปฏิเสธการรับรถยนต์ตามโครงการรถยนต์คันแรกที่จองปีที่แล้วแต่มารับรถปีนี้ เนื่องจากขอสินเชื่อไม่ผ่านบางส่วนก็อยากได้รถยนต์รุ่นใหม่จึงเปลี่ยนใจ

"เรื่องนี้มีผลให้ดีลเลอร์และบริษัทรถยนต์ต้องกระตุ้นยอดขายด้วยการเพิ่มของแถม หรือยอมขายกำไรน้อยลง เพื่อไม่ให้รถยนต์ค้างในสต๊อก" นายอิสระ กล่าว

นายอิสระ กล่าวว่า ขั้นตอนการให้สินเชื่อของลีสซิ่งเหมือนธนาคารจะต้องตรวจสอบประวัติจากเครดิตบูโรก่อน จากนั้นจะดูภาระของลูกหนี้ หากพบว่ามีหนี้เป็นสัดส่วนที่สูงมากแล้วเมื่อเทียบกับรายได้ก็จะปฏิเสธไม่ให้สินเชื่อแม้จะมีรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันทางบริษัทลีสซิ่งไม่ได้ต้องการยึดรถแต่อยากให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้ตลอดรอดฝั่ง

นอกจากนี้ ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ได้ขยับขึ้นจาก1.15% เมื่อสิ้นปี2554 เป็น 1.41%สิ้นปี 2555 น่าจับตามองว่าเป็นสัญญาณของการมีหนี้เสียอย่างมีนัยสำคัญ

นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ปีนี้อาจจะไม่แย่อย่างที่หลายฝ่ายตื่นตระหนก เดือน มี.ค. ยังมียอดขายถึง 156,951 คัน อีกทั้งการเปิดตัวรถยนต์ของหลายค่ายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์

นายอนุชาติ ดีประเสริฐผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และงานขายลูกค้ารายย่อย ธนาคารธนชาต ในฐานะประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า ทางสมาคมคาดว่ายอดใช้สิทธิจริงจากโครงการรถคันแรกอาจหายไปประมาณ 10-20% หรือประมาณ 2 แสนคัน จากยอดผู้ที่ยื่นขอใช้สิทธิกับกรมสรรพสามิตเมื่อสิ้นสุดโครงการ จำนวน 1.25 ล้านคัน

สำหรับปัญหาหนี้เอ็นพีแอลรถคันแรกนั้น ขณะนี้ยังไม่น่าห่วงทางกรมสรรพสามิตแจ้งว่า ปัจจุบันมีรถถูกยึดและตามเรียกภาษีคืนแล้วเพียง 200-300 คันเท่านั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรถคันแรกที่ได้ส่งมอบไปแล้ว 4-5 แสนคันซึ่งเอ็นพีแอลจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อตัวเลขสูงถึง 1-3%

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต