สตอเรจโตแตะ3,000ล้าน

  • วันที่ 17 เม.ย. 2556 เวลา 22:05 น.

สตอเรจโตแตะ3,000ล้าน

ตลาดสตอเรจโตหนุน เน็ตแอพลงทุนเพิ่มในไทย 3 เท่ามากที่สุดในอาเซียน พร้อมขยายสำนักงานเต็มรูปแบบ

นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการโซลูชันสตอเรจ เปิดเผยว่า ตลาดสตอเรจหรืออุปกรณ์จัดเก็บ|ข้อมูลในประเทศไทยมีการเติบโตสูง โดยไอดีซีซึ่งเป็นบริษัทสำรวจการตลาดได้คาดการณ์ว่ามีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนหลักมาจากลูกค้าในอุตสาห กรรมการผลิตที่ใช้งานดาตาเซ็นเตอร์หรือศูนย์ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ธุรกิจโทรคมนาคมที่ขยายตัวรับ 3จี รวมถึงธุรกิจการเงินและพลังงานที่เติบโตเป็นปกติอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เน็ตแอพได้เตรียมการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนมากที่สุดในรอบ 4 ปี แม้จะมีการลงทุนเพิ่มในกลุ่มประเทศอาเซียน อินโดจีน รวมถึงเมียนมาร์ที่เริ่มทำตลาด แต่ประเทศไทยถือว่าลงทุนสูงที่สุด เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโต และมีนักลงทุนจากญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้เป็นลูกค้าเป้าหมายหลักของเน็ตแอพ

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มจำนวนพันธมิตรในกลุ่มคลาวด์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์ ที่เป็นช่องทางขายใหม่นอกเหนือจากดิสทริบิวเตอร์ ซิสเต็มส์ อินทิเกรเตอร์ และรีเซลเลอร์ เช่น อินเทอร์เน็ตประเทศไทย และเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในการลงทุนคลาวด์ เซอร์วิส

“4 ตลาดหลักของเน็ตแอพ คือ อุตสาหกรรมการผลิต โทรคมนาคม การเงินการธนาคาร และพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงอยู่แล้ว ซึ่งการเปิดบริการ 3จี เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่กระตุ้นการเติบโตในปีนี้” นายวีระ กล่าว

สำหรับการขยายสำนักงานนั้น เน็ตแอพมีการตั้งสำนักงานที่เต็มรูปแบบมากขึ้น มีส่วนแสดงเดโมด้านเทคโนโลยี สินค้าและบริการให้ลูกค้าเห็นถึงประสิทธิภาพชัดเจน จากเดิมที่เน้นการทำรีโมตออฟฟิศเป็นหลัก ซึ่งเมื่อมีการตั้งสำนักงานแล้ว จะทำให้การทำตลาดเดินหน้าได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มขององค์กรส่วนใหญ่ต้องการระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ทำงานได้ต่อเนื่องและขยายได้|ไม่จำกัด ทั้งเป็นระบบที่ลดพื้นที่ใช้งานได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสตอเรจ แต่ธุรกิจไทยมีการปรับตัวช้า เนื่องจากคุ้นเคยกับระบบงานแบบเก่าทำให้การลงทุน|กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังไม่เร็วมากนัก แต่ธุรกิจส่วนใหญ่ก็เริ่มมองว่าการลงทุนไอทีเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแตกต่างให้แก่ธุรกิจมากกว่ามองเป็นต้นทุนสำหรับการปรับปรุงระบบงานภายในเท่านั้น

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาเน็ตแอพเติบโตได้ถึง 52% และมีลูกค้าใหม่เพิ่มกว่า 60 รายจากตลาดหลักในกลุ่มบริษัทด้านการเงิน พลังงาน อุตสาหกรรม และโทรคมนาคม และคาดว่าปีนี้จะยังทำรายได้เติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 50% จากปริมาณการใช้งานข้อมูลสูง และรองรับการขยายตัวของตลาดไทย ซึ่งคาดว่าจะทำให้การใช้แบนด์วิดท์สูงขึ้น

ข่าวอื่นๆ