ทรูรอด!ไม่ผิดกม.โทรคมนาคม

  • วันที่ 06 เม.ย. 2556 เวลา 16:08 น.

ทรูรอด!ไม่ผิดกม.โทรคมนาคม

กทค.อุ้ม "บีเอฟเคที" ตัดสินไม่ผิด ชี้แค่ให้บริการแก่ กสทฯ รายเดียว เตรียมทำเกณฑ์กำกับให้ถูกต้องใน 30 วัน

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กทค.วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. มีมติ 4 ต่อ 1 ว่า บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของค่ายทรู ไม่มีความผิด และไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544

ทั้งนี้ บริษัท บีเอฟเคที ได้ทำสัญญาการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ กับบริษัท กสท โทรคมนาคม

นอกจากนี้ ได้พิจารณาจากคำนิยามตามมาตรา 4 ของ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ที่ระบุว่า การประกอบกิจการโทรคมนาคม หมายถึง การประกอบกิจการโทรคมนาคมเป็นการทั่วไป แต่บริษัท บีเอฟเคที ไม่เข้าข่ายดังกล่าว เพราะให้บริการเช่าและจัดหาซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมให้แก่บริษัท กสทฯ เพียงรายเดียวเท่านั้น ไม่ได้ให้บริการแก่บริษัทรายอื่นทั่วไป ดังนั้น กทค. จึงไม่มีความจำเป็นต้องเอาผิด กล่าวโทษ แก่ บริษัท บีเอฟเคที

อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้สำนักงาน กสทช. ออกประกาศร่างหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อกำกับการดำเนินการของบริษัท บีเอฟเคที โดยใช้ พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498 ในเรื่องการอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์และมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.โทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ในการกำหนดประเภทโครงข่ายมาตรฐานทางเทคนิคในการให้บริการ และนำมาเสนอ กทค. ภายในเวลา 30 วัน ทั้งนี้ การตัดสินดังกล่าวไม่กังวลว่าจะเกิดการฟ้องร้องตามมา

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะทำหนังสือเป็นคำสั่งทางปกครองถึงบริษัท กสทฯ เพื่อให้แก้สัญญาระหว่างบริษัท บีเอฟเคที และบริษัท กสทฯ ให้สอดคล้องกับมาตรา 46 พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ. 2553 ที่ให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการบริหารโครงข่ายเอง ถ้าไม่ปฏิบัติตามมีโทษถึงเพิกถอนใบอนุญาต โดยกรณีดังกล่าวเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย แต่ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าไม่ออกหลักเกณฑ์มาบังคับจะมีผู้ประกอบการรายอื่นทำตามได้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ