เชื่อลงทุน2ล้านล้านหนุนอุตฯท่องเที่ยวไทย

วันที่ 14 มี.ค. 2556 เวลา 20:21 น.
เชื่อลงทุน2ล้านล้านหนุนอุตฯท่องเที่ยวไทย
มหาวิทยาลัยหอการค้าเชื่อรัฐลงทุนระบบขนส่ง  2 ล้านล้านยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันท่องเที่ยวไทยเบียด สิงคโปร์-มาเลย์

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมเวทีเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ระบุขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวไทย ในปีนี้อยู่ในอันดับที่ 43 ของโลก ลดลงจากปีที่ผ่านมา  อยู่ในอันดับที่ 41 ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ อยู่ในอันดับ 10 ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 และประเทศมาเลเซีย อยู่ในอันดับที่ 35  โดยภาพรวมขีดความสามารถของประเทศด้อยเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาค  รวมถึงระบบไอที เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมใช้ไวไฟในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ทั้งนี้มองว่าการลงทุน 2 ล้านล้านบาท จากรัฐบาล ในโครงการระบบราง การมีรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทุกภูมิภาค อย่าง กรุงเทพ-พิษณุโลก-เชียงราย เชื่อมต่อไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ มณฑลยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เชื่อว่าจะช่วยยกระดับขีดความสามารถให้กับประเทศไทย และการลงทุนเครือข่าย 3 จี ที่คนไทยจะได้ใช้ในปีนี้ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในอันดับที่ดีขึ้น สามารถเทียบชั้นกับประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ในอีก 5 ปีข้างหน้าหลังการลงทุนระบบรถรางแล้วเสร็จ คาดว่าภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจของประเทศเฉลี่ย 5-7% ต่อปี

"แผนขยายการเชื่อมต่อรถฟ้าใต้ดินในเขตกรุงเทพ จะช่วยกระจายตัวนักท่องเที่ยว  และอำนวยความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยว อย่าง ถนนเยาวราช เกาะรัตนโกสินทร์ การผลักดันให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ จะช่วยเพิ่มจำนวนและรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน จากปัจจุบันไทยมีจำนวนนักเที่ยวเป็นรองมาเลเซีย และมีรายได้ทางการท่องเที่ยวรองจากสิงคโปร์"นายธนวรรธน์กล่าว

ด้านปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลล่าห์และยุโร เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชีย และอาเซียนเป็นตลาดหลักของประเทศไทย ทดแทนตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา

สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นของคนไทย เรื่อง ท่องเที่ยวไทยใครรับผิดชอบ โยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป จำนวน 1,200 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่านักท่องเที่ยวกังวลเรื่องความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสูงสุด 8.74 คะแนน  (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน)  โดยมองว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ควรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัย 29.9% ไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนดูแล 29.5% กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 16.3% ด้านความเพียงพอของสิ่งอำนวยความสะดวก  8.51 คะแนน  ซึ่งประชาชนไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ 29.5% ททท. 27.1% เป็นต้น

ส่วนปัจจัยที่คนไทยเห็นว่าเป็นอุปสรรคที่จะทำให้การท่องเที่ยวไม่สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ได้แก่ 1.ปัญหาทางการเมือง 23.6% ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม 19.5% ปัญหาอาชญากรรมต่อนักท่องเที่ยว16.3% ความแออัดตามแหล่งท่องเที่ยว 12.8% บุคลากรด้านการท่องเที่ยวไม่สุภาพและไม่มีคุณภาพการบริการ 12.3% ความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง 10.5 % และสินค้าและการบริการมีราคาแพง 5.1% เป็นต้น

ด้านนายพงศธร เกษสำลี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจ พบว่านักท่องเที่ยวคนไทยมีการรับรู้ว่าททท.เป็นหน่วยงานทำงานด้านการท่องเที่ยวทุกเรื่อง มากกว่าเจาะจงเฉพาะด้านการตลาดเท่านั้นโดย ททท.จะเร่งสร้างการรับรู้ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ถคงภารกิจที่รับผิดชอบ รวมถึงเสนอการปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับการทำงาน

ทั้งนี้เตรียมทำหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เพื่อรับทราบถึงผลการสำรวจด้วย