บ้านปูฯ กำไรลดลง 54%

วันที่ 21 ก.พ. 2556 เวลา 14:11 น.
บ้านปูฯ กำไรลดลง 54%
บริษัท บ้านปู เผยราคาถ่านหินอ่อนตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2555 ลดลง 54% ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ายังเติบโตดี

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เปิดเผยว่าในปี 2555 ที่ผ่านมา บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวมจำนวน 117,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 4,933 ล้านบาท คิดเป็น 4% แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจถ่านหิน 110,807 ล้านบาท หรือ 95% ของรายได้จากการขายรวม ส่วนรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่งในประเทศจีน มีจำนวน 5,679 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้รวม  โดยรายได้จากการขายของปีนี้เติบโตตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เป็นผลจากปริมาณการผลิตและขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้นของแหล่งผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า

สำหรับปริมาณการขายถ่านหินรวมในปี 2555 ที่ผ่านมา มีจำนวน 41.57 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปีนี้อยู่ที่ 85.72 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 3% จากปี 2554 ซึ่งปรับตัวลดลงตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอันเป็นผลจากสภาวะตลาดถ่านหินที่ถดถอย ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2555 ลดลงเหลือ 9,293 ล้านบาท หรือลดลง 54% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ ซึ่งในปี 2554 มีการบันทึกกำไรในส่วนนี้จำนวน 8,246 ล้านบาท

“ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของปี 2555 ที่ปรับตัวลดลงนั้นเป็นไปตามราคาถ่านหินในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาวะถ่านหินส่วนเกินในตลาด อันเป็นผลจากปริมาณการผลิตถ่านหินที่เพิ่มมากเกินกว่าความต้องการ ทั้งนี้คาดว่าความต้องการใช้ถ่านหินในปีนี้จะยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะส่งผลให้ภาวะถ่านหินส่วนเกินกลับเข้าสู่สมดุลประมาณกลางปีนี้ และทำให้ราคาถ่านหินในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น” นายชนินท์กล่าว

ในปีที่ผ่านมา บ้านปูฯ รับรู้ผลกำไรของบริษัทร่วม จำนวน 2,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี และจากธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จำนวน 2,361 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21% จากปีก่อนหน้า ส่วนธุรกิจถ่านหินในจีนมีส่วนแบ่งกำไร จำนวน 884 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยเหมืองเฮ่อปี้ และเหมืองเกาเหอที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในไตรมาส 3/2555 ที่ผ่านมา สามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ความต้องการใช้ถ่านหินและราคาขายในตลาดท้องถิ่นทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี

สำหรับฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 มีสินทรัพย์รวม 222,047 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 และมีหนี้สินรวม 133,442 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 สำหรับอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 เท่ากับ 0.84 เท่า เทียบกับ 0.74 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS) เท่ากับ 34.19 บาทต่อหุ้น เทียบกับ 73.82 บาทต่อหุ้นจากปีก่อนหน้า