เบบี้มายด์ตั้งเป้ายอดโต 10%

  • วันที่ 19 ก.พ. 2556 เวลา 20:20 น.

เบบี้มายด์  เดินเกมแตกสินค้าครบไลน์ ดึงดับเบิ้ล มิ้ลค์หัวหอกขยายฐานลูกค้าทารกยันผู้หญิงทั่วไป รับมือตลาดของใช้ส่วนบุคคลเด็กเริ่มอิ่มตัว ชี้ตลาดแข่งโปรโมชั่นซื้อ 1แถม1 เดือด ควง 3 กลยุทธ์มัดใจ เท 50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญชิงโชค สิ้นปียอดโต 10% กวาด 2,000 ล้านบาท                     นางสาวต้องหทัย กุวานนท์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล บริษัท โอสถสภา ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เด็กเบบี้มายด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมกลุ่มสินค้าใช้ส่วนบุคคลสำหรับเด็ก ปีนี้คาดว่าเติบโต 5% ซึ่งถือว่าเติบโตไม่มากนัก ทำให้แผนการทำตลาดเบบี้มายด์ ต้องขยายไลน์สินค้าครอบคลุมทุกตลาดมากขึ้น ทั้งแป้ง โลชั่น สบู่เหลว เพี่อขยายลูกค้าได้กว้างมากขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มทารก เด็กและคุณแม่ บริษัทต้องการเจาะกลุ่มผู้หญิงทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่                    สำหรับปีนี้บริษัทเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์เบบี้มายด์ ดับเบิ้ล มิ้ลค์ โปรตีน พลัส เพราะเป็นสินค้าที่มีครบไลน์ และสอดรับกับนโยบายของบริษัท ที่ต้องการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง  ล่าสุดได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญชิงโชคดับเบิ้ล แฮปปี้ ดับเบิ้ล เนเชอรัล สกิน อิน เจแปน” เหินฟ้าสู่ดินแดนแห่งซากุระ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับความรู้ด้านผิวพรรณ และสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์                     นอกจากนี้บริษัทยังตอกย้ำ 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.การสร้างอารมณ์ความเป็นแม่ 2.การสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ และ3.สร้างการมีส่วนร่วมผ่านการเป็นสมาชิก 1 หมื่นคน เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง และแตกต่างจากคู่แข่ง รองรับกับการแข่งขันทำโปรโมชั่นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ซึ่งแข่งขันอย่างรุนแรงโดยเฉพาะการซื้อ 1 แถม 1 ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าที่ทำโปรโมชั่นได้ง่าย                    “สภาพตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ส่งโปรโมชั่นซื้อ 1แถม 1 แทบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างขวดนม นอกจากนี้ยังแข่งขันออกสินค้าใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอีกตลาดหนึ่ง”  นางสาวต้องหทัย                    สำหรับผลประกอบการปีนี้ บริษัทตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% แบ่งเป็น รายได้กลุ่มแป้ง สัดส่วน 40% ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 35% และของใช้ภายในบ้าน 25% โดยปัจจุบัน เบบี้มายด์ เป็นผู้นำตลาดครีมอาบน้ำ และผลิตภัณฑ์ล้างขวดนม น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาซักเสื้อ ขณะที่กลุ่มแป้งยังรั้งอันดับ 2       

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ