ไม่หวั่นอียูตัดสิทธิจีเอสพีไทย 3 หมวด

วันที่ 11 ม.ค. 2556 เวลา 16:41 น.
กรมการค้าต่างประเทศ ไม่หวั่นถูกสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษี มั่นใจจะสามารถส่งออกได้ตามเป้าหมาย

นางปราณี  ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้ออกระเบียบ Commission Implementing Regulation No 1213/2012 เรื่องการระงับสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) เป็นรายหมวดสินค้าจากประเทศไทย 3 หมวดสินค้า ได้แก่ (1) หมวด 4a ได้แก่ Chapter 16: ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา กุ้ง และสัตว์น้ำ (2) หมวด 4b ได้แก่ Chapter 17:น้ำตาล/ขนมที่ทำจากน้ำตาล Chapter 18: โกโก้ ช็อคโกแลต Chapter 19: ผลิตภัณฑ์ธัญพืช มอลต์ พาสต้า ขนมปัง Chapter 20: ผัก ผลไม้ Chapter 21: อาหารปรุงแต่ง ซอสและของปรุงแต่งสำหรับทำซอสครีม Chapter 22: เครื่องดื่ม Chapter 23: อาหารสัตว์ และ (3) หมวด 14 ได้แก่ Chapter 71: อัญมณีและเครื่องประดับ โดยการระงับสิทธิฯ ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 31  ธันวาคม 2559

ทั้งนี้ การตัดสิทธิ GSP ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยเนื่องจากมั่นใจว่าผู้บริโภคยังคงต้องการสินค้าคุณภาพสูงจากไทยและจะสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดในสหภาพยุโรปได้ ซึ่งที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศ ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ส่งออกผู้ผลิตไทยเพื่อเตรียมการรองรับการตัดสิทธิ GSP มาโดยตลอด โดยได้ชี้แนะให้ผู้ส่งออกปรับสายการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายและพัฒนาคุณภาพสินค้าให้สูงเหนือกว่าประเทศคู่แข่ง พร้อมทั้งเร่งนำผู้ส่งออกสินค้าสำคัญที่คาดว่าจะถูกตัดสิทธิฯ ไปเปิดตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหภาพยุโรป เช่น จีน เกาหลี กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง แอฟริกา และภายในกลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ กรมฯ ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) เพื่อลดต้นทุนการผลิตและใช้สิทธิ GSP ของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างแต้มต่อในการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี สินค้าสำคัญของไทยในหมวดอื่น ๆ ยังคงได้รับสิทธิ GSP อยู่ เช่น พลาสติก (พิกัดฯ 39) ยาง (พิกัดฯ 40) เครื่องนุ่งห่ม (พิกัดฯ 61 และ 62) รองเท้า (พิกัดฯ 64) และยานยนต์ (พิกัดฯ 87) ซึ่งจะทำให้สินค้าของไทยเหล่านี้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งสำคัญที่ถูกตัดสิทธิฯ ในครั้งนี้ เช่น จีน และอินเดีย