กฟผ.หวั่นอีสานแล้งหนักขาดน้ำใช้

วันที่ 11 ม.ค. 2556 เวลา 16:33 น.
กฟผ.หวั่นอีสานแล้งหนักขาดน้ำใช้
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว 18% แต่ยังบริหารจัดการน้ำได้ตามแผน ระบุกังวลปัญหาภัยแล้งขยายวงกว้างอาจมีน้ำไม่เพียงพอ

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  เปิดเผยว่า การเพาะปลูกในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ผ่านมากว่า 2 เดือน พบว่ามีพื้นที่เพาะปลูกไปแล้วประมาณ 61% โดยมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังในเขตชลประทานไปแล้ว 86%  ส่วนการเพาะปลูกข้าวนาปรังนอกเขตชลประทาน มีเพียง 28%   เนื่องจากมีปริมาณฝนหรือปริมาณน้ำตามธรรมชาติไม่เพียงพอ และมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 24 จังหวัด อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด และภาคเหนือ 6 จังหวัด  จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรและผู้ใช้น้ำ ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด ไม่เปิดพื้นที่เพาะปลูกเกินกว่าแผนที่วางไว้  จะช่วยให้มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะจัดสรรตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนมีน้ำสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ช่วงต้นปี 2556  ณ วันที่ 10 มกราคม 2555 เวลา 24.00 น. มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ กฟผ. ทั้งหมด 42,972 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 70% ของความจุ  น้อยกว่าปีที่แล้ว 18%  มีปริมาณน้ำที่สามารถใช้งานได้ 19,928 ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก อยู่ในช่วงการระบายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานท้ายน้ำ เพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปริมาณน้ำในอ่างฯ จึงลดลงจากวันที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันแรกของการระบายน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำในภาคใต้ ได้แก่ เขื่อนบางลางยังอยู่ในช่วงฤดูฝน สถานการณ์น้ำในอ่างฯ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ขณะที่โครงการชลประทานขนาดใหญ่ที่รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำ กฟผ. 2 โครงการ คือ โครงการชลประทานเจ้าพระยา รับน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์  เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธ์   เริ่มการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 – 30 เมษายน 2556 และโครงการชลประทานแม่กลองใหญ่ ซึ่งรับน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ  เริ่มการส่งน้ำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2556   โดยการระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อโครงการชลประทานทั้งสองสามารถดำเนินการได้ตามแผน