จอทัชสกรีนดันตลาดไอที’56

วันที่ 01 ม.ค. 2556 เวลา 18:20 น.
จอทัชสกรีนดันตลาดไอที’56
อินเทลเผยหน้าจอทัชสกรีน กระตุ้นตลาดไอทีปี 2556 เตรียมแผนดึงแท็บเล็ตใช้ชิปอินเทล ชูจุดเด่นใช้วินโดวส์ 8

นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การเติบโตของตลาดแท็บเล็ตเป็นไปแบบก้าวกระโดด โดยปี 2555 คาดว่ามียอดขายรวมในประเทศไทยประมาณ 2 ล้านเครื่อง และคาดว่าจะเติบโต 50% หรือเป็น 3 ล้านเครื่องในปี 2556 ขณะที่โน้ตบุ๊กในปีหน้าการเติบโตแม้จะลดลง แต่เชื่อว่าเครื่องที่มีหน้าจอทัชสกรีนรองรับการใช้งานวินโดวส์ 8 จะมีบทบาทมากขึ้น

ทั้งนี้ จากความต้องการของตลาดทั้งในไทยและทั่วโลกดังกล่าว ทำให้การผลิตหน้าจอทัชสกรีนไม่ทันกับดีมานด์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สินค้าขาดตลาด เพราะต้องใช้ในการผลิตทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และกล้องดิจิตอล โดยสินค้าในทุกระดับทั้งบน กลาง และล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นทัชสกรีน ถือว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นตลาด ให้ผู้บริโภคทยอยเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยที่เห็นแล้ว เช่น อัสซุส หน้าจอทัชสกรีน ราคาเริ่มต้นที่ 1.49 หมื่นบาท

นอกจากนี้ การเติบโตของแท็บเล็ตที่มากขึ้น ทำให้อินเทลพยายามผลักดันผลิตชิปประมวลผลเพื่อให้มีการใช้ในตัวเครื่องแท็บเล็ตมากขึ้น จากปัจจุบันที่ส่วนใหญ่ใช้ชิปของอาร์มเป็นหลัก โดยเชื่อว่าแท็บเล็ตสำหรับองค์กรที่ต้องการทำงานบนระบบวินโดวส์ของไมโคร ซอฟท์ จะเลือกใช้แท็บเล็ตที่ทำงานด้วยชิพของอินเทล จากนั้นกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปจะเริ่มใช้ตามไปด้วย ตามแนวโน้มที่ผู้ใช้จะนำอุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ในองค์กรมากขึ้น

สำหรับการส่งเสริมการตลาดของอินเทล จะมีการนำเสนอเครื่องอินเทล สตัดดี บุ๊ก ซึ่งเป็นแท็บเล็ตที่ราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท และใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโคร ซอฟท์ ในต่างประเทศอินเทลได้ร่วมมือกับผู้ผลิตและวางจำหน่ายแล้ว ในประเทศไทยคาดว่าจะเห็นในปีหน้า เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการขายและการใช้งานให้แพร่หลายมากขึ้น

“ปี 2556 สินค้ากลุ่มไอทีที่มาแรงมากๆ คือ อัลตราบุ๊กแบบทัชสกรีน โน้ตบุ๊กที่เป็นเครื่องไฮบริด สามารถเปลี่ยนรูปทรง เช่น ถอด หมุน พลิก เพื่อให้สอดรับกับการใช้งานและแท็บเล็ต ทั้งหมดมีหน้าจอทัชสกรีนทั้งสิ้น ขณะที่หน้าจอแบบปกติทั้งโน้ตบุ๊กและอัลตราบุ๊กจะลดบทบาทลง เพราะราคาจะต่างกันประมาณ 3,000–4,000 บาทเท่านั้น” นายเอกรัศมิ์ กล่าว

บทความแนะนำ