ทูตจีนส่ายหน้า "จีทูจี" ยกเมฆ

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2555 เวลา 10:05 น.

ก่วนมู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่า ข้อมูลการขายข้าวที่รัฐบาลชี้แจงต่อสาธารณะนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ชี้แจงว่าได้ขายข้าวผ่านระบบรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือจีทูจี ให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน และพยายามจะระบุในเอกสารที่ผู้นำสองประเทศจะลงนามร่วมกันในระหว่าง เวินเจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเยี่ยมไทยอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จีนจะซื้อขายจากไทย 5 ล้านตัน แต่ทางจีนได้ขอเปลี่ยนเนื้อหาสาระ โดยตัดข้อดังกล่าวทิ้ง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยชี้ให้เห็นว่าการที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ขายข้าวให้บริษัท GSSG ImportExport Corporation นั้นมีพิรุธหลายประการ เพราะ รัฐนิธ โสจิรกุล ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัทนั้น เป็นผู้ช่วยลำดับที่ 3 ของ ระพีพรรณ พงศ์เรืองรอง สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นภรรยา อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง

อีกทั้งเมื่อตรวจสอบฐานะการเงินของคนเหล่านั้นแล้ว ก็ปรากฏว่ามิได้มีฐานะพอจะมาประกอบธุรกิจเช่นนี้ได้ พร้อมกันนั้นก็ได้ชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วบริษัทนี้เป็นของผู้มีอิทธิพลในวงการค้าข้าว ซึ่งสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ปชป. ฟันธงว่า แท้จริงแล้วไม่มีการขายข้าวเพื่อส่งออกจริง แต่เป็นการขายข้าวให้บริษัทผีเพื่อนำกลับมาสวมรอยเวียนเทียนหาประโยชน์จากการจำนำข้าวเท่านั้นเอง

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ได้ชี้แจงในสภาว่า ทั้งหมดเป็นจินตนาการ เพราะก่อนขายให้ต่างประเทศ กรมการค้าระหว่างประเทศต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนขายข้าวให้จีน

“เรามีการตรวจสอบถึงรัฐบาลจีน สถานทูตจีน ยืนยันหน่วยงานที่มาติดตามกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานรัฐบาลจริงๆ เมื่อมีหลักฐานเช่นนี้ เราจึงไม่สามารถปฏิเสธการเจรจาได้” บุญทรง ระบุ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำอธิบายถึงความพิลึกอีกหลายประการ อาทิ ทำไมบริษัท GSSG ImportExport Corporation จึงซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยได้โดยไม่มีการเปิดแอลซี หรือไม่มีหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร ทำไมทางการจีนจึงให้บริษัท GSSG ImportExport Corporation มาเป็นนายหน้าในนามรัฐบาลจีน โดยให้เงินสดแก่บริษัทนี้มาซื้อข้าว โดยให้บริษัทถือเช็คไปสั่งจ่ายให้กรมการค้าต่างประเทศโดยตรง ทำไมถึงซื้อขายกันแบบหน้าโกดัง ทั้งที่วิธีนี้ผู้ซื้อจะไม่รู้เลยว่าตัวเองจะได้ข้าวคุณภาพแบบไหน ทำไมซื้อไปแล้วจึงไม่ปรากฏว่ามีการส่งออกไปต่างประเทศ ข้าวจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยหายไปไหน

ทำไม ทำไม และอีกหลายๆ ทำไม

เมื่อโพสต์ทูเดย์ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนว่า บริษัท GSSG ImportExport Corporation เป็นตัวแทนของประเทศจีนจริงหรือไม่ ปรากฏว่า ยังเฉินลี่ผิง เจ้าหน้าที่ด้านสื่อของสถานทูต ปฏิเสธที่จะรับรอง โดยระบุว่าทั้งหมดนั้นเป็นการ “ปล่อยข่าวกันเองจากฝ่ายไทย”

วานนี้ ก่วนมู่ เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ขยายภาพที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเป็นจริงของการขายข้าวแบบจีทูจีระหว่างไทยกับจีนให้ชัดขึ้น ในโอกาสที่มาบรรยายเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของประเทศจีนในทางเศรษฐกิจและการเมืองให้โรงเรียนการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ว่า การซื้อข้าวจากไทยนั้นเป็นประเพณีที่เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว นอกจากนั้นไทยและจีนยังมีข้อตกลงสนับสนุนสินค้าเกษตร และสนับสนุนการค้าและวางแผนงาน 5 ปีด้านการเกษตรอีกด้วย

ต่อมามีการหารือกันขอให้จีนซื้อข้าวเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือชาวนาไทยให้มีรายได้ดีขึ้น การขายข้าวก็ถือว่าขายลำบาก แต่จีนก็เห็นว่าควรจะสนับสนุนตามประเพณีที่ปฏิบัติมา จึงลงนามในหลักการ แต่นั่นก็เรียกได้ว่าการตกลงระหว่างรัฐบาลเป็นระดับหลักการถ้าจะซื้อขายจริงๆ จะมอบหมายให้บริษัทไปหารือกับประเทศไทยโดยตรง ทราบว่ามีการเซ็นสัญญากับบริษัทแล้วหลายแสนตัน แต่ไม่เคยมีสัญญาซื้อขาย 5 ล้านตัน ตามที่รัฐบาลไทยระบุ เพราะจีนไม่ได้ซื้อข้าวจากไทยประเทศเดียว

“เราไม่ได้ซื้อมากมาย เพราะเราไม่ได้ขาดข้าวอยู่แล้ว เพียงแต่ซื้อเพื่อปรับตามความต้องการของตลาดที่ชอบรสชาติข้าวไทย บางครั้งก็ซื้อจากเวียดนาม รัสเซีย และอีกหลายประเทศ” ท่านทูตระบุ

ท่านทูต ก่วนมู่ อธิบายว่า รัฐบาลจีนจะไม่ทราบเรื่องการเปิดแอลซีอะไรเลย เพราะถือว่าเป็นเรื่องของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการเอง รัฐบาลมีบทบาทเพียงแค่ชี้นำให้มีการซื้อขาย ที่เหลือบริษัทจะไปตกลงกับประเทศไทยเอง

“ระบบที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจีนเป็นผู้ซื้อ แต่มีบทบาทชักนำให้รัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนเข้ามาซื้อเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เรื่องการตกลงราคาก็เป็นเรื่องที่สองฝ่ายคุยกัน หลักการอยู่ที่กลไกตลาด บริษัทที่ซื้อไปต้องขายได้กำไร เพราะถ้าขาดทุนคงไม่ซื้อ เพราะรัฐบาลไม่ได้ช่วย เนื่องจากมีกฎเกณฑ์และระเบียบหลายอย่าง” ท่านทูต ก่วนมู่ ระบุ

เมื่อถูกถามว่าบริษัทที่จีนมอบหมายให้ซื้อข้าวกับไทย คือ บริษัท GSSG ImportExport Corporation ใช่หรือไม่ ท่านทูตก่วนมู่ ตอบว่า ไม่ได้มีบริษัทเดียว แต่มีหลายบริษัทประมาณ 45 บริษัท สัญญาซื้อขายก็ยังไม่ได้ยุติทั้งหมด ต้องตกลงกันต่อไป

สิ่งที่เอกอัครราชทูตจีนอธิบายความในครั้งนี้ ทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งว่า ที่รัฐบาลไทยอธิบายและให้ภาพการขายข้าวแบบจีทูจี ว่าเป็นการขายข้าวให้รัฐบาลจีนนั้น เป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว

ด้าน อริสมันต์ ยอมรับว่า รัฐนิธ เป็นผู้ช่วยลำดับที่ 3 ของ ระพีพรรณ ภรรยาของตนจริง โดยอธิบายว่า รัฐนิธ เป็นน้องเขยของเพื่อน เป็นคนดี มีความสามารถคล่องตัว จึงให้เข้ามาสมัครเป็นผู้ช่วย สส. แต่ทั้งตัวเองและภรรยาไม่ทราบเลยว่า รัฐนิธ ไปทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัทใดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยสอบถามเรื่องนี้ ถึงแม้จะเป็นผู้ช่วย สส. แต่ไม่ได้ทำงานร่วมกันตลอดเวลา และ ระพีพรรณ เองไม่ได้มีอาชีพเป็นนักธุรกิจ หรือเกี่ยวข้องใดๆ กับวงการค้าข้าว

“ผมยืนยันได้ว่าทั้งผมเเละภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านพาดพิงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้มีความพยายามนำชื่อผมไปเกี่ยวข้องกับนายอภิชาติ จันสกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ที่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายว่าร่วมกับนายรัฐนิธ อยู่เบื้องหลังการตั้งบริษัทค้าข้าวแบบจีทูจี เพราะผมและนายอภิชาติ เคยมีชื่อถูกชี้มูลความผิดในคดีทุจริตจัดซื้อจัดจ้างบ้านเอื้ออาทร แต่ขอยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้านายอภิชาติมาก่อนเลย ครั้งนั้นรู้จักเพียงคนเดียว คือ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น”

อริสมันต์ ระบุด้วยว่า ภายใน 12 วันนี้ จะออกมาแถลงข่าวตอบโต้ข้อกล่าวหา เเละจะประสานให้ รัฐนิธ มาร่วมแถลงด้วย เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น

สัปดาห์หน้าเรื่องข้าวระอุแน่นอน!

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ