อวสานกล้องคอมแพคผลจากยุคสมาร์ตโฟนครองโลก

  • วันที่ 25 พ.ย. 2555 เวลา 11:22 น.

อวสานกล้องคอมแพคผลจากยุคสมาร์ตโฟนครองโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เป็นข้อเท็จจริงที่ยากจะหลีกเลี่ยงว่า ความนิยมในโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ซึ่งครอบคลุมฟังก์ชันสำคัญอย่างกล้องถ่ายรูปไว้ในตัวด้วยนั้น กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์ให้กับอุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพแบบคอมแพคไม่น้อย จนอาจจะถึงขั้นล่มสลายกันไปเลยทีเดียว

เอเอฟพี รายงานว่า ยอดขายกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคนั้นเข้าขั้น “ดิ่งเหว” ซึ่งกลายเป็นบาดแผลใหญ่อีกจุดหนึ่งที่เป็นผลกระทบจากการบูมของสมาร์ตโฟน หลังจากที่ก่อนหน้านี้อุตสาหกรรมวิดีโอเกม ไปจนถึงเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาต้องเจอศึกหนักไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่มีฟังก์ชันที่บริการผู้ใช้ได้อย่างครบครันและมีประสิทธิภาพสูง ทั้งเล่นเพลง ฟังเพลง และแน่นอนถ่ายรูปได้ฉับไว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทันที

ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เจอกับผลกระทบอย่างจังเช่นนี้ก็คือบรรดาผู้ผลิตกล้องดิจิตอลรายใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น แคนนอน นิคอน โอลิมปัส หรือแม้กระทั่งโซนี่ ซึ่งเพิ่งจะถูกบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ หั่นเครดิตลงสู่ระดับจังก์ไปหมาดๆ

“เราอาจจะเริ่มได้เห็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อมสลายของตลาดกล้องดิจิตอลแบบคอมแพค” โนบูโอะ คูราฮาชิ นักวิเคราะห์จากบริษัทเงินทุนมิซูโฮะ กล่าว และเมื่อพิจารณาถึงตัวเลขยอดขายกันแล้ว คำพูดดังกล่าวถือว่าไม่เกินจริงแม้แต่น้อย

ทั้งนี้ ตัวเลขการส่งกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคจากบริษัทในญี่ปุ่นทั้งหลายไปทั่วโลกในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ร่วงลงไปถึง 42% ในภาพรวม โดยกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคลดลงไปถึง 48%

แต่ยังโชคดีที่ตลาดกล้องแบบดีเอสแอลอาร์ ถอดเปลี่ยนเลนส์นั้นยังปลอดภัยอยู่ โดยยอดการส่งออกลดลงไปแค่ 7.4% เท่านั้น

แน่นอนว่าปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยที่ต้องนำมาพิจารณากันถึงยอดการส่งออกที่ตกลงไปก็คือ ตลาดส่งออกใหญ่อย่างยุโรปนั้นอยู่ในช่วงภาวะการฟุบตัว อีกทั้งความสัมพันธ์ของญี่ปุ่นกับจีนก็ไม่สู้ดีนัก ซึ่งจีนถือเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่ของกล้องคอมแพค และเหนือสิ่งอื่นใด กระแสที่มาแรงของสมาร์ตโฟนนั้นคือปัจจัยฉุดรั้งตลาดคอมแพคมากที่สุด

“ตลาดกล้องดิจิตอลคอมแพค กำลังร่วงลงด้วยความเร็วอย่างที่สุด และเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากสมาร์ตโฟนกำลังติดลมบนไปทั่วโลก” ฮิโรยูกิ ซาซา ประธานบริษัท โอลิมปัส กล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

โอลิมปัส กล่าวว่า ธุรกิจกล้องของบริษัทนั้นต้องพบกับความสูญเสียอย่างหนักในช่วงครึ่งปีการเงินแรกของปีนี้ อันเป็นผลกระทบจากสมาร์ตโฟนโดยตรง ประกอบกับปัญหาค่าเงินเยนแข็งค่ายิ่งเป็นการซ้ำเติมสินค้าจากญี่ปุ่น เพราะทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น ฉุดให้ศักยภาพการแข่งขันลดต่ำลงทันที

ทางด้าน เทตสิยะ วาดากิ นักวิเคราะห์ จากโนมูระ เห็นว่า สำหรับปีนี้ตลาดกล้องดิจิตอลคอมแพคเข้าขั้น “ล่มสลายทีเดียว” โดยยอดการส่งจากซัพพลายเออร์นั้นลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกันปีต่อปี

ที่ผ่านมาหลายบริษัทพยายามดิ้นอย่างยิ่งยวดที่จะเอาตัวรอดให้ได้ในตลาดนี้ ด้วยการออกเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นกล้องคอมแพคกันนั้น สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้บ้าง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก

เท่านั้นยังไม่พอ ตลาดกล้องคอมแพคยังต้องเจอกับศึกหนักอีกด้าน เมื่อผู้ผลิตกล้องดิจิตอลแบบดีเอสแอลอาร์บางรายได้ส่งสินค้าที่มีขนาดเล็กเทียบเท่ากับกล้องคอมแพคลงสู่ตลาด ที่เรียกว่ากล้อง “มิลเลอร์เลส” ที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่มีขนาดกะทัดรัด ซึ่งได้กลายเป็นคู่แข่งของกล้องคอมแพคไปโดยปริยาย ซึ่งกล้องมิลเลอร์เลสแบบนี้ยังให้คุณภาพไฟล์ที่ดีกว่ามาก

กระนั้นก็ตาม ทางด้าน แคนนอน บริษัทกล้องยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นยืนยันว่า ตลาดยังไม่ทิ้งกล้องคอมแพคแน่นอน เชื่อว่ายังมีความต้องการกล้องคอมแพคคุณภาพสูงที่ถ่ายได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันอยู่

“เราเชื่อว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังต้องการกล้องคอมแพคที่ถ่ายภาพในงานแต่งงาน ไปเที่ยว ถ่ายรูปลูกๆ ได้อย่างง่าย” โฆษกแคนนอน กล่าว

คูราฮาชิ นักวิเคราะห์จากมิซูโฮะ มี ความเห็นสอดคล้องกับแคนนอนว่ากล้องคอมแพคจะไม่หายไปไหนแน่นอน

แต่ทว่าการกลับมาของกล้องคอมแพคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโทรศัพท์สมาร์ตโฟนก็พัฒนาฟังก์ชันถ่ายรูปต่างๆ ให้มีคุณภาพดีขึ้นอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

“ตลาดกล้องคอมแพคจะยังร่วงลง ร่วงลงไปอีกเรื่อยๆ และยากมากที่จะทำนายได้ว่ากล้องคอมแพคจะกลับมาเมื่อไร” คูราฮาชิ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวอื่นๆ