ชาร์ปเล็งลงทุนใหญ่รอบ40ปี

วันที่ 09 พ.ย. 2555 เวลา 14:20 น.
ชาร์ปเล็งลงทุนใหญ่รอบ40ปี
ชาร์ป ญี่ปุ่นไฟเขียวธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กในไทย เล็งลงทุนใหญ่รอบ40ปีขยายโรงงานใหม่ รับกรุงไทยการไฟฟ้าปรับภาพแบรนด์ทันสมัยดันปีหน้าโต15%

 

นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย
นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย

นายศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทกรุงไทยการไฟฟ้า ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กแบรนด์ชาร์ป เปิดเผยว่าบริษัทแม่ชาร์ป ในประเทศญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญในการทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กในไทยต่อเนื่อง โดยอนุมัติให้บริษัทดำเนินการยายการผลิตสินค้าในโรงงานแห่งใหม่คาดใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า500-600 ล้านบาทครั้งแรกในรอบ40ปี คาดเริ่มก่อสร้างใน2ปีนับจากนี้

สำหรับโรงงานแห่งใหม่อยู่ระหว่างศึกษาทำเล ซึ่งจะอยู่ห่างจากโรงงานปัจจุบันที่ตั้งอยู่บนถนนกิ่งแก้วในรัศมี 20ก.ม. ผลิตสินหลักกลุ่มหม้อหุงข้าว, เครื่องทำน้ำอุ่น, กระติกน้ำร้อน, เตาอบ และเตารีด ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีฐานการผลิตสินค้ากลุ่มดังกล่าว เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในการทำตลาดภายในและส่งออก ซึ่งในอนาคตยังรองรับการขยายตลาดส่งออกในอาเซียนด้วยหลังจากโรงงานใหม่ก่อสร้างเสร็จ

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมงบพิเศษอีก 200 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงบตลาดปกติอยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี เพื่อปรับภาพลักษณ์ใหม่แบรนด์ “ชาร์ป” ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ คือ “เรา...นำชีวิตทันสมัยสู่ทุกครัวเรือน” มุ่งสู่ความเป็นเลิศ 3 ด้าน คือ 1.สินค้าและแบรนด์ภายใต้แนวคิด โมเดิร์น ลีฟวิง โซลูชัน, 2.การขายและบริการ พร้อมปรับปรุงระบบซัพพลายเชน และ3.สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ จากการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มใหม่อายุ30ปีลงไป จากฐานลูกค้าเดิมอายุ30ปีขึ้นไป ที่รู้จักสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ชาร์ปเป็นอย่างดี ล่าสุดเปิดตัวสินค้าชุดเครื่องครัวชาร์ป อะมีทิสต์ ออกกสู่ตลาดด้วยรูปลักษณ์สีม่วง มี4ชิ้น คือ เครื่องสกัดน้ำผลไม้ เครื่องผสมอาหาร เตาอบไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง พร้อมแผนพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

“ปัจจุบันกลุ่มหม้อข้าวยังคงสินค้าหลักในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท  แม้ได้รับผลกระทบจากหม้อหุงข้าวประเทศจีน ซึ่งมีราคาถูกกว่า 50% เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ประเทศไทยไม่สามารถนำหม้อหุงข้าวและเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนชิ้นเล็กเข้าไปทำตลาดในจีนได้  เนื่องจาก ยังถูกกีดกันทางการค้า” นายศุภชัย กล่าว

สำหรับแผนการทำตลาดในต่างประเทศนั้น  บริษัทยังให้ความสำคัญในตลาดส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนขนาดเล็กไปยังฮ่องกง  และกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เช่น มาเลเซีย เวียดนาม พม่า อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา  เพื่อผลักดันให้ยอดขายในตลาดต่างประเทศสิ้นปีนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 500  ล้านบาทและสิ้นปีนี้ คาดจะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 4,300 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 3,800 ล้านบาท ต่างประเทศ 500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10-15%    และในปีหน้าคาดเติบโต15% เช่นกัน