วุฒิศักดิ์เผยตปท.สนซื้อกิจการ2หมื่นล้าน

วันที่ 29 ต.ค. 2555 เวลา 19:04 น.
วุฒิศักดิ์เผยตปท.สนซื้อกิจการ2หมื่นล้าน
วุฒิศักดิ์ คลินิกสนขายกิจการมูลค่ากว่า  2 หมื่นล้าน หรือเข็นเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดมทุน เผยแผนปีหน้าสยายปีกอาเซียน

ณกรณ์
ณกรณ์

นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจรณา  2 แนวทางการบริหารจัดการแผนธุรกิจในอนาคต  ได้แก่ 1 การขายกิจการให้กับนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศที่สนใจเข้าซื้อกิจการ  มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อขอซื้อกิจการกับบริษัท และ 2  การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นปีนี้

ทั้งนี้การขายกิจการ หรือการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากตัวเองต้องการลดบทบาทการถือหุ้นและการบริหารจัดการ โดยต้องการหันไปทำธุรกิจฟาร์ม ที่จ.เชียงใหม่ รวมถึงการตบแต่งรีสอร์ท สถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบล้านนา ซึ่งขณะนี้ได้ลงทุนดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

"บริษัทไม่มีหนี้ในการทำกิจการ เพราะยึดถือความพอเพียงตั้งแต่เริ่มต้น แต่ส่วนตัวแล้วต้องการเกษียณงานก่อนอายุ 40 ปี และต้องการทำฟาร์ม ซึ่งเป็นงานที่ชอบ"นายณกรณ์ กล่าว

สำหรับแผนกลยุทธ์การตลาดช่วงครึ่งปีหลังและต้นปีหน้า บริษัทจะมุ่งให้กับความสำคัญกับกลุ่มคอสเมติกเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มคลินิกเสริมความงามเปิดตัวจำนวนมาก และมีการแข่งขันสูงโดยล่าสุดได้แต่งตั้ง นายธนา ลิมปยารยะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท วุฒิศักดิ์ คอสเมติก ดูแลกลุ่มคอสเมติกครอบวงจร ทั้งฟังก์ชั่นนอลดริ้งก์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพอเซอนอล แคร์ แอนด์ สกินแคร์ และคอสเมติก แอนด์ คัลเลอร์ ไลน์ สร้างการรับรู้ของลูกค้าให้ขยายในวงกว้าง ผ่านร้านโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ อย่าง เซเว่น อิเลฟเว่น เป็นต้น ซึ่งบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 100%

นายณกรณ์ กล่าวว่า ด้านแผนการขยายสาขาวุฒิศักดิ์ คลินิก เตรียมใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ขยายสาขาในประเทศไทยปีหน้า 15-20 สาขา  การเปิดเฮล์ล คลับ อีก 6 สาขา ใช้งบประมาณสาขาละ 3-4 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจคอสเมติก  การเปิดร้านสปาพุทธรักษา 2 สาขา สาขาละ 10 ล้านบาท

นอกจากนี้มีแผนการรุกธุรกิจไปยังกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในลักษณะแฟรนไชส์ร่วมกับนักลงทุนในแต่ละประเทศ โดยปีหน้าเตรียมเปิดประเทศเวียดนาม 20 สาขา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา และพม่า  ซึ่งมองว่าประเทศกลุ่มดังกล่าวมีศักยภาพ คู่แข่งทางธุรกิจน้อยและบริษัทเป็นรายแรกๆที่เข้าไปทำตลาด

ด้านภาพรวมธุรกิจความงามของไทยในปีนี้  มูลค่าตลาดรวม 2-3 หมื่นล้านบาท ขณะที่บริษัทมียอดขายในปีนี้ 4,000 ล้านบาท เติบโต 5% ซึ่งเป็นการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา  ส่วนแ นวโน้มการเติบโตอยู่ระหว่างการประเมินภาพรวมตลาด