กองทุนฯทรุดกู้โปะแอลพีจี

วันที่ 10 ต.ค. 2555 เวลา 11:23 น.
กองทุนฯทรุดกู้โปะแอลพีจี
กองทุนน้ำมันฯบักโกรกหนัก หลังแอลพีจีกระฉูดทั้งราคาและยอดนำเข้า ต้องดึงเงินกู้มาโปะแล้ว 5,000 ล้าน 

สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน หวั่นสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงปลายปีจะมีภาระหนักขึ้นจากการจ่ายชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เนื่องจากแนวโน้มปริมาณนำเข้าสูงตั้งแต่เดือน ต.ค. ถึงสิ้นปี 2555 ขณะที่ราคาแอลพีจีในตลาดโลกสูงขึ้นเป็น 1,001 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 950 เหรียญสหรัฐต่อตันในเดือน ก.ย.

นายชายน้อย เผื่อนโกสุม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันฯ ระบุว่า ข้อมูลกรมธุรกิจพลังงานคาดว่า ปริมาณการใช้ที่สูงขึ้นโดยเฉพาะภาคขนส่งและปิโตรเคมีจะทำให้มีการนำเข้าแอลพีจีเดือนละ 1.7 แสนตัน ตั้งแต่เดือน ต.ค.ถึงสิ้นปี 2555 สูงกว่าเดือน ก.ย.ที่นำเข้า 1.32 แสนตัน ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ภาระรายจ่ายจากการนำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่เดือนละ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายจ่าย 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯที่มีฐานะสุทธิติดลบอยู่แล้ว 1.86 หมื่นล้านบาท ติดลบเพิ่มขึ้นอีกเฉลี่ยวันละ 51 ล้านบาท เนื่องจากรายจ่ายที่มากกว่ารายรับ และต้องทยอยใช้เงินกู้ที่เปิดวงเงินไว้ 3 หมื่นล้านบาท โดยเบิกจ่ายแล้ว 5,050 ล้านบาท

ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ไปแล้วเกือบ 1 แสนล้านบาท ในการจ่ายค่านำเข้าแอลพีจีและชดเชยราคาหน้าโรงกลั่น แบ่งเป็นการจ่ายเพื่อนำเข้าแอลพีจี รวม 5.2 ล้านตัน เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท และชดเชยราคาหน้าโรงกลั่นในปีนี้อีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ปริมาณการใช้แอลพีจียังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคขนส่งที่มีการนำรถมาติดตั้งใช้แอลพีจีเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมัน ขณะที่รัฐบาลชะลอการปรับขึ้นค่าขนส่งเพื่อทบทวนการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีให้เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีตามต้นทุนตลาดโลกแล้วก็ตาม แต่ราคาแอลพีจีก็ยังถูกกว่าน้ำมัน จึงเป็นแรงจูงใจให้มีการใช้แอลพีจีในรถยนต์มากขึ้น