เจโทรสนใจขอร่วมพัฒนาโครงการทวาย

วันที่ 04 ต.ค. 2555 เวลา 14:46 น.
เจโทรสนใจขอร่วมพัฒนาโครงการทวาย ด้านกนอ.เตรียมตั้งกนอ.อินเตอร์เข้าลงทุนตั้งนิคมฯ ในทวายและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอครม.เดือนพ.ย.2555 

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นายเซ็ทซึโอะ อิอูจิประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร) และคณะ ว่า ญี่ปุ่นแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมพัฒนาพื้นที่โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่รัฐบาลพม่า และรัฐบาลไทยได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ที่จะร่วมกันพัฒนา ซึ่งจะเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศ โดยญี่ปุ่นน่าจะเข้ามาร่วมในด้านการเงินเป็นหลัก

ทั้งนี้ การหารือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการทำเอ็มโอยูร่วมกันที่จะพัฒนาพื้นที่ทวาย และได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อมาศึกษารูปแบบการลงทุนต่างๆ โดยคาดว่าในช่วงเดือนพ.ย.2555 แผนการลงทุน และรูปแบบการลงทุนจะมีความจัดเจน ว่าใครจะต้องเป็นผู้ดูแลในส่วนไหน โดยบางส่วนอาจจะเป็นการลงทุนของรัฐบาลไทย หรือรัฐบาลพม่า บางส่วนเป็นการลงทุนของเอกชน หรือบางส่วนจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง 3 รัฐบาล ไทย พม่า ญี่ปุ่น ซึ่งคงต้องติดตามดูว่าคณะกรรมการร่วมจะมีข้อสรุปอย่างไร

นอกจากนี้ เจโทรยังได้มาติดตามสถานการณ์น้ำ และความคืบหน้าของการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมอุตสาหกรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ขณะนี้กนอ.อยู่ระหว่างการจัดตั้งหน่วยธุรกิจในรูปแบบของบริษัทลูก หรือกนอ.อินเตอร์ เพื่อเป็นช่องทางในการออกไปลงทุนยังต่างประเทศ คล้ายๆ กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อออกไปลงทุนในต่างประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ รวมถึงสอดคล้องกับโครงการที่ไทยจะต้องเขาไปมีส่วนร่วมในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า

ทั้งนี้ การตั้งบริษัทลูกดังกล่าวจะต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ในช่วงเดือนพ.ย. 2555 โดยรูปแบบการออกไปลงทุนต่างประเทศจะมีลักษณะเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี สามารถเข้าไปร่วมลงทุนตั้งนิคมฯในประเทศร่วมกับบริษัทอื่นๆ ได้ เช่น กนอ.อินเตอร์ไชน่า เป็นต้น เพราะการออกไปตั้งนิคมฯในต่างประเทศส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปร่วมลงทุนกับบริษัทในประเทศนั้นๆ โดยภารกิจแรกของบริษัทลูกคงต้องไปเข้าร่วมการพัฒนาในพื้นที่ทวาย แต่จะพัฒนาในลักษณะไหน ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล

สำหรับเงินทุนตั้งต้นของบริษัทกนอ.อินเตอร์ จะใช้เงินสะสมของกนอ.ที่มีอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาท และอาจจะมีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง โดยประเทศเป้าหมายที่กนอ.สนใจจะเข้าไปลงทุนยังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า กัมพูชา จีนตอนใต้ ลาว เป็นต้น ส่วนเวียดนามเป็นประเทศที่มีนิคมฯเป็นจำนวนมากอยู่แล้วกว่า 150 แห่ง 

ขณะที่การจัดตั้งนิคมฯในเมืองไทยที่เชื่อมต่อกับโครงการทวาย คือ นิคมฯพุน้ำร้อนได้ศึกษาและกำหนดพื้นที่เหมาะสมแล้ว ที่บ้านทุ่งศาลา – บ้านลำทราย ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดำเนินการเรื่องที่ดิน เพราะเป็นที่ของกรมธนารักษ์ จำนวน 500 ไร่ ราคาที่ดินอยู่ที่ 2.6 ล้านบาทต่อไร่ โดยกนอ.จะขอเช่าที่ดินผืนดังกล่าว คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท เริ่มเปิดดำเนินการได้ในปี 2558 และจะเป็นนิคมฯที่เชื่อมโยงกับโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมฯทวายในประเทศพม่า