นายกฯเดินหน้าครัวไทยสู่ครัวโลก

วันที่ 25 ก.ย. 2555 เวลา 12:47 น.
นายกฯเดินหน้าครัวไทยสู่ครัวโลก
นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก เดินหน้าครัวไทยสู่ครัวโลก หลัง โกยรายได้ส่งออกอาหารกว่า2หมื่นล้านดอลล่าร์/ปี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รายงานภารกิจในโอกาสเข้าร่วมประชุมสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้ร่วมงาน Thai Restaurant Week พร้อมมอบรางวัล Thai Select ให้แก่ร้านอาหารไทยที่ได้มาตรฐานจำนวน 17 ร้าน

สำหรับงานในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 120 คน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ผู้นำเข้าสินค้าอาหารไทย สื่อมวลชนในสหรัฐอเมริกา รวมถึง ผู้แทนของนายกเทศมนตรีนิวยอร์กเข้าร่วมด้วย ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จะมีการบรรจุกิจกรรม "Thai Restaurant Week" ลงในปฏิทินกิจกรรมประจำปีของนครนิวยอร์ก (Annual Events of New York) ด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและมอบนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกว่า ประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ และประกอบอุตสาหกรรมด้านอาหารและผลิตภัณฑ์เกษตรเท่านั้น แต่อาหารยังเป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย จึงใช้ความภูมิใจนี้เพื่อส่งเสริมอาหารไทย ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ตลอดจนร้านอาหารในต่างประเทศ ซึ่งมีความยินดีที่ชาวอเมริกันชื่นชอบอาหารไทย และนครนิวยอร์กเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดที่มีร้านอาหารไทยอยู่ในต่างแดนโดยแต่ละปีประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกอาหารสูงกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกในปีที่แล้ว

ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกเหนือจากความสำเร็จดังกล่าวแล้ว รัฐบาลยังตั้งเป้าที่จะผลิตและส่งออกอาหารแก่โลกมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากความต้องการอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารของโลกเพิ่มมากอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติคุกคามการผลิตอาหาร และประเด็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้

"ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก เป้าหมายคือเพื่อหาทางในการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารมากขึ้น โดยมีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานโลก ตลอดจนการผลิตอาหารตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ คุณภาพของอาหาร ประเทศไทยจะผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ความปลอดภัยทางอาหารคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด" นายกฯ ระบุ