ญี่ปุ่นยังสนลงทุนเหล็กในไทย

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 14:06 น.
ญี่ปุ่นยังสนลงทุนเหล็กในไทย
ทูตญี่ปุ่นเผยนักลงทุนญี่ปุ่นยังสนใจลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำในไทย  ย้ำการลงทุนญี่ปุ่นจะเข้ามาไทยเพิ่มมากขึ้น

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า ทูตญี่ปุ่นให้ความสนใจการลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ โดยนำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยจนทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมสะอาด ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาที่เมืองไทยยังเป็นกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการต่อต้านจากชุมชนค่อนข้างมาก ทำให้อุตสาหกรรมประเภทดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองไทยได้ยาก

ทั้งนี้ ไทยมีแนวคิดจะเป็นตัวกลางดึงนักลงทุนญี่ปุ่นไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำที่ประเทศพม่า ส่วนการลงทุนในเมืองไทยตามแผนที่วางไว้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ตอนนี้มีพื้นที่ใหม่อีก 1 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและไม่สามารถเผยปิดเผยได้

ขณะเดียวกันทูตญี่ปุ่นได้ขอบคุณรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือนักลงทุนญี่ปุ่น ช่วยดูแลป้องกันนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกังวลเรื่องแผนการป้องกันน้ำท่วมล่าช้า โดยล่าสุดจากการที่รัฐบาลส่งทีมทหารช่างเข้ามาช่วยสร้างคันดินกั้นน้ำแล้วนั้น ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นพอใจเป็นอย่างมาก พร้อมตอกย้ำว่าจะจากนี้มีนักลงทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา มีสัดส่วนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นสูงถึง 3-4 แสนล้านบาท

“เชื่อว่านักลงทุนจะเข้ามาไทยอีกมาก ไทยก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ที่ไทยอาจจะเป็นคนนำประเทศญี่ปุ่น เป็นตัวกลางที่เป็นช่องทางการลงทุน”ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว

สำหรับการสร้างแนวป้องกันน้ำถาวรของนิคมฯ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและสวนอุตสาหกรรม 5 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ปทุมธานี ขณะนี้ความคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ เหลือนิคมสหรัตนนนคร ที่คืบหน้า 30% โดยในวันที่ 26-28 ก.ย.2555 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะมีการซ้อมแผนฉุกเฉินรับมือสถานการณ์น้ำ แต่จากการติดตามสถานการณ์น้ำเชื่อว่าจะดูแลได้ ไม่น่ามีปัญหา

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ความคืบหน้าการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ 2 ใน 3 ในผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม รวมวงเงิน 3,200 ล้านบาท ขณะนี้ทั้ง 5 นิคม ได้ส่งเอกสารความคืบหน้ามาให้ กนอ.แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดการลงทุนก่อสร้าง ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 30 วัน ก่อนจะสั่งเบิกจ่ายเงินช่วยงวดแรกได้

ขณะที่เงินกู้จากธนาคาออมสิน 1 ใน 3 นั้น ล่าสุด ธนาคารออมสินได้ส่งหนังสือสอบถามมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมถึงความคืบหน้าในการเบิกจ่ายเงิน 2 ใน 3 ส่วน เพื่อเป็นข้อมูลที่อ้างอิงก่อนจะมีการอนุมัติเงินกู้ เนื่องจากทางกนอ.มีข้อมูลการก่อสร้างมากกว่าธนาคารออมสิน โดยทางกนอ.ได้ตอบกลับธนาคารออมสินไปแล้วว่า สามารถอนุมัติเงินได้เลย โดยไม่ต้องรอความชัดเจนเงินช่วย 2 ใน 3 เพราะรัฐบาลได้กำหนดกรอบเงินช่วยทั้งหมดไปแล้ว