แอลจี ทุ่มงบปั้นแบรนด์เจาะกลุ่มวัยรุ่น

วันที่ 24 ก.ค. 2555 เวลา 16:14 น.
แอลจี ทุ่มงบปั้นแบรนด์เจาะกลุ่มวัยรุ่น
แอลจี ทุ่มงบดิจิตอล มาร์เก็ตติงปั้นแบรนด์เจาะกลุ่มวัยรุ่น ทุ่ม30ล้านบาทยาว3ปี ผุดแคมเปญใหญ่ ‘ไลฟ์’กู๊ด ชาแนล’เกาะโลกออนไลน์           

นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)เจ้าของและผู้ทำตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีแบรนด์ ‘แอลจี’ เปิดเผยว่าในครึ่งหลังปี55 บริษัทเตรียมใช้งบที่เหลือกว่า 600 ล้านบาทจากงบรวมทั้งปีนี้กว่า 1,200 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดภายใต้แคมเปญต่างๆ ทั้งรูปแบบแบบดั้งเดิม และออนไลน์มาร์เก็ตติงที่ปีนี้ใช้งบสัดส่วน 15% หรือ100 ล้านบาททั้งปี เพิ่มจากปีก่อน30%                 ทั้งนี้ บริษัทใช้งบลงทุนเบื้องต้นในปีนี้ 15 ล้านบาท จากงบรวม3ปี 30 ล้านบาทพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ ‘ไลฟ์’ส กู๊ด ดิจิตอล ชาแนล’เพื่อสร้างแบรนด์ ‘แอลจี’ในระยะยาวไปยังกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งร่วมกับบริษัทโมโนกรุ๊ป เพื่อพัฒนาเนื้อหา(คอนเทนต์)ผ่านเว็บไซต์ เอ็มไทย ดอท คอม/ไลฟ์สกู๊ด โดยทดลองให้บริการตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา                สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าว ปัจจุบันมีผู้เยี่ยมชมกว่า 1 แสนคน และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมประมาณกว่า1แสนคนต่อเดือน หลังจากนี้ ซึ่งแนวทางการทำตลาดดิจิตอลดังกล่าวเป็นรูปแบบ(แพล็ตฟอร์ม) คล้ายคลึงกับแอลจี ในเกาหลีเพื่อสร้างแบรนด์ขยายไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อกระจายเสียง(บรอดคาสติง) ขณะที่ในไทยถือเป็นแห่งแรกในโลกที่สร้างแบรนด์ภายใต้รูปแบบดังกล่าว                เนื่องจากในปัจจุบัน กลุ่มเป้าหมายหลักของแอลจี เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยเริ่มต้นทำงาน-35 ปี ที่รู้จัดแบรนด์แอลจีในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีอยู่แล้ว ซึ่งการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นจะใช้กลยุทธ์ทำตลาดที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตโดยเฉพาะสื่อดิจิตอล ที่ปัจจุบันพบว่าคนรุ่นใหม่บริโภคสื่อดิจิตอลต่อวันสูงกว่า 40% เทียบกับการใช้สื่อปกติ ทั้งนี้ บริษัทยังเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชัน กู๊ดไลฟ์’ส ดิจิตอล ชาแนล ในรูปแบบแอปพลิเคชันออกมาเพื่อให้บริการบนสมาร์ทโฟนด้วย เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากขึ้น และต่อยอดไปยัการจับจ่ายซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆภายใต้แบรนด์แอลจีในอนาคต จากปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่นจะใกล้ชิดกับสินค้ากลุ่มไอที หรือ สมาร์ทโฟนแอลจีมากกว่า                สำหรับปีนี้ บริษัทคาดว่ามียอดขายอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ แบ่งเป็นกลุ่มสินค้าหมวดภาพและเสียง(เอวี) 40% หมวดครัวเรือนและเครื่องปรับอากาศ 40% ที่เหลือ20% เป็นกลุ่มสินค้าไอที   และคาดว่าในครึ่งหลังปีนี้ไม่มีปัจจัยลบที่น่ากังวลมากนัก โดยภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีในภาพรวมยังมีแนวโน้มเติบฏโตดี จากกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค