ลองขับบีเอ็มฯ 320d ใหม่

  • วันที่ 18 ก.ค. 2555 เวลา 19:32 น.

ลองขับบีเอ็มฯ 320d ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู 320d ความหวังของบีเอ็มฯ ประเทศไทย ที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางในตลาดระดับหรู ฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ 320d จะมีดีพอหรือไม่ ติดตามได้เลยครับ

โดย...นิธิ ท้วมประถม

320d สปอร์ตไลน์

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ตัดสินใจเปิดตัว รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 โฉมใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเพียงรุ่นเดียว  (320d) ทั้งๆ ที่ตลาดรถยนต์เมืองไทย ยังให้ความนิยมเครื่องยนต์เบนซิน อยู่ไม่น้อย

ทำไม บีเอ็มฯ ถึงกล้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล บีเอ็มฯ มั่นใจ อะไรกับ เครื่องยนต์ดีเซล ของซีรีส์ 3 ใหม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าพิสูจน์อย่างยิ่งว่า มีดีแค่ไหนกันเชียว

บีเอ็มฯ ซีรีส์ 3 ใหม่ นี้ ใช้รหัส F30 ดูโฉบเฉี่ยว มากกว่ารุ่นเดิมไม่น้อยทีเดียว ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบไฟหน้าครับ ที่เจ้าซีรีส์ 3 ใหม่นี้ออกแบบไฟหน้าให้มีเหมือนกับหัวตา ยื่นออกมานิดๆ เท่อ่ะ ชอบครับ ดูมีเสน่ห์ ไม่น้อย

ภายใน สปอร์ตไลน์

ส่วนตัวถังนั้นแม้ว่าดูจากภายนอกแล้วจะออกเป็นสปอร์ตนิดๆ แต่ถ้าได้ลองเข้าไปนั่งในห้องโดยสารบอกได้เลยครับว่ากว้างขวางไม่น้อยทีเดียว เพราะบีเอ็มฯ 320d ใหม่ มีมิติของตัวถังรถยนต์ที่ยาวขึ้น 93 มม. ความยาวของฐานล้อเพิ่มขึ้น 50 มม. ซึ่งส่งผลให้พื้นที่สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนนี้ประมาณ 15 มม. วัดจากพนักพิงหลังเบาะหน้า และมีพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 8 มม. ผู้โดยสารสูงสัก 170 ซม.ก็ไม่น่าจะอึดอัดนะครับ

เชื่อหรือไม่ครับ พื้นที่ภายในของ 320d นั้น มีขนาดเท่ากับภายในของ บีเอ็มฯ ซีรี่ส์ 5 เลยทีเดียว เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะอึดอัด ถ้าคุณไม่ใช่พวกเจ้าเนื้อขนาดหนักละก็ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยครับ

ภายนอกดูภาพประกอบกันนะครับว่า สวย เฉี่ยว ถูกใจ หรือเปล่า ส่วนตัวผมนั้น “หลงรัก” เข้าให้แล้ว

 

อ้อ...ลืมบอกไปครับ เจ้าซีรีส์ 3 ใหม่นี้ มืทั้งหมด 3 สไตล์ ด้วยกัน ซึ่งบีเอ็มฯ แต่งมาให้พร้อมสรรพแล้ว แล้วแต่ใจลูกค้าจะเลือกเลย เริ่มตั้งแต่ รุ่น สปอร์ตไลน์ ที่มี ไตคู่หน้า สีดำพร้อมกรอบข้างสีเงินในภายนอก ส่วนภายในนั้น จะมีเส้นตัดสีแดงบนหนังสีดำในห้องผู้โดยสาร รวมทั้งใช้วัสดุตกแต่งภายในด้วยโทน Black Highgloss ล้ออัลลอยลายพิเศษ

 

ภายใน โมเดิร์น ไลน์

รุ่น โมเดิร์นไลน์ จะถูกตกแต่งด้วยวัสดุในโทนสีอลูมิเนียม ผนวกกับสีตกแต่งภายในห้องโดยสารในโทนสีน้ำตาล ออยสเตอร์อ่อนๆ ห้องโดยสาร ใช้วัสดุตกแต่งภายในลายไม้ Fineline Anthracite

และรุ่นสุดท้ายคือ ลักชัวรี่ไลน์ ที่ภายในนั้นจะหรูหราไม่น้อย เริ่มตั้งแต่วงแหวนรอบช่องแอร์ และในชิ้นส่วนต่างๆของปุ่มควบคุมบนแดชบอร์ด ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมสีเงิน รวมไปถึงขอบกระจกด้านข้าง และใช้วัสดุตกแต่งภายในด้วยลายไม้ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและคลาสสิค

ภายใน ลักซ์ชัวรี่ ไลน์

เรียกได้ว่า ใครชอบแบบไหน เลือกเอาได้เลยครับ ซึ่งส่วนตัวผมต้อง สปอร์ตไลน์ ครับ และรุ่นที่ลองขับวันนี้ก็เป็นสปอร์ตไลน์ด้วย

ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ บีเอ็มฯ 320d สปอร์ตไลน์ บอกได้เลยว่า ดูหรูหรา และสปอร์ต จริงๆ ครับ กับเบาะหนังแท้สีดำ ตัดด้วยด้ายแดง พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ แบบ 3 ก้าน ส่วนแดชบอร์ด นั้นสุดเท่ด้วย จอแบบ free standing ขนาด 8.8 นิ้ว ที่ตั้งเด่นขึ้นมาเหนือตอนกลางคอนโซล เหลือเราเอาจอแอลอีดีเล็กๆ ไปตั้งไว้เลยครับ ซึ่งเจ้าจอนี้ จะทำหน้าที่หลายอย่างเหลือเกิน

 

จอแบบ free standing ขนาด 8.8 นิ้ว

ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอวิทยุ เนวิเกเตอร์ แต่ที่ผมชอบที่สุด คือแสดงรอบเครื่องยนต์ และแรงบิด ครับ โอ้....พระเจ้า ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยว่าเวลาเหยียบคันเร่งแต่ละครั้งนั้น ใช้แรงบิดเท่าไหร่ เทพ....มาก

เครื่องยนต์ บีเอ็มฯ 320d นั้นมีมาเพียงขนาดเดียวครับ คือ ดีเซลคอมมอนเรลไดเร็คอินเจ็คชั่น เทอร์โบ 184 แรงม้าที่ 4,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตรที่ระหว่าง 1,750-2,750 รอบ ซึ่งผมถือว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ แถมยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ลองนึกดูครับว่ามีรถยี่ห้อไหนในระดับเดียวกันใช้เกียร์ 8 สปีด

320d นี้มีลูกเล่นให้เล่นเพียบครับ ซึ่งผมจะพูดถึงบางอย่างเท่านั้นนะครับ บอกไม่หมดครับเนื้อที่ไม่พอแน่ๆ

เกียร์ 8 สปีด

ทันทีที่ก้าวเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร กดปุ่มสตาร์ททันที อยากขับใจจะขาดแล้วครับ รถเคลื่อนออกไปอย่างนิ่มนวล เสียงเครื่องยนต์ครางเงียบๆ ไม่ดังเหมือนรุ่นก่อน ยังไม่ทันได้ปรับอะไรได้มากนัก ก็ต้องหยุดติดไฟแดงเสียแล้ว หยุดได้ครู่เดียว เครื่องยนต์ดับครับ แต่อีกเดี๋ยวเครื่องก็ติดขึ้นใหม่

แปลว่า 320d ใหม่นี้ติดตั้งระบบ Auto start/stop มาให้ด้วย หลังจากที่ใส่ไว้ในซีรีส์ 5 ไปแล้ว ซี่งก็ดีเหมือนกันครับ เอาไว้ประหยัดน้ำมัน แต่ถ้ารถติดในเมืองนานๆ แล้วเรารำคาญเครื่องติดๆ ดับๆ ก็ปลดระบบนี้ออกได้ ไม่มีปัญหา

 

มาลองเล่นอย่างอื่นบ้างดีกว่า เพราะ 302d  ใหม่ มีระบบควบคุมการขับขี่มาให้เล่นเพียบครับ อย่างระบบ ECO PRO ที่จะโหมดการขับที่เน้นประหยัด นั่นคือรอบเครื่องยนต์จะไม่สูงมากนักในการขับแต่ละเกียร์ ก็คือเกียร์จะถูกเป็นเกียร์สูงให้เร็วขึ้น ไม่มีการลากรอบว่างั้นเถอะ ว่ากันว่าหากเราเลือกการขับขี่ด้วยโหมดนี้ จะประหยัดน้ำมันเพิ่ม 20% เลย ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้พิสูจน์ครับ ว่าจริงหรือเปล่า ขอติดไว้ก่อนแล้วกัน

 

ใส่กันเต็มๆ

นอกจากนี้ยังมีโหมด COMFORT ,SPORT แต่ถ้าเป็นรุ่น สปอร์ตไลน์ ที่ผมขับอยู่นั้นจะมีโหมด SPORT+ ซึ่งหากใครใจถึงจะลองใช้ดูก็ได้นะครับ เพราะโหมดนี้ ระบบควบคุมช่วงล่างที่แสนจะไฮเทค และปลอดภัยจะถูกตัดออกทั้งหมด เพื่อให้ผู้ขับโชว์ทักษะความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อควบคุมม้าทั้ง 184 ตัวเอง

ซึ่งผมลองแล้วครับ แต่เป็นการลองในสนามทดสอบที่ทางทีมงาน บีเอ็มฯ จัดไว้ครับ บอกได้เลยว่ามันมากครับ ทางที่อย่าใช้โหมดนี้เป็นดีที่สุด

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ตัวนี้ เมื่อมาวางในตัว 320d แล้วต้องบอกว่า สุดยอดของความลงตัวครับ ยิ่งผนวกกับเกียร์ 8 สปีด แล้วผมยังไม่เห็นว่ามีรถรุ่นไหนในตลาดจะมาเทียบได้เลยในตอนนี้

อัตราเร่งแซงเหลือเฟือ หลังติดเบาะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อที่เหยียบคันเร่งแบบมิดๆ การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล อัตราเร่งที่นุ่มนวล ทุกอย่างรวมอยู่ที่เครื่องและเกียร์นี้แล้วครับ

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลา 7.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 230 กม./ชม. ซึ่งผมเองยังไม่ได้ลองครับ เอาแค่แตะๆ 200 ก็เหลือเฟือแล้ว

 

การทรงตัวอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม พวงมาลัยแม่นยำ เรียกว่าสามารถสนุกกับการขับบีเอ็มฯ 320d นี้ได้ตามที่ใจคุณอยาก ได้ที่ฝีมือคุณมีเลยทีเดียว เรียกว่าหากต้องการความสนุกในการขับ คะแนนที่ให้คือ 5 ดาวครับ

มามองในเรื่องของความประหยัด ตัวเลขจากคอมพิวเตอร์แสดงตัวเลขที่ 18 กม./ลิตร ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะตัวเลขจากโรงงานอัตราความประหยัดอยู่ที่ 22 กม./ลิตร แต่เรื่องนี้ต้องขอพิสูจน์อีกครั้งครับว่า ประหยัดได้ขนาดนี้จริงหรือเปล่า

หันมาทาง ออปชั่น ก็ต้องบอกว่าบีเอ็มฯ จัดเต็ม จัดหนัก มาเลย แบบว่าไม่ให้ใครมาต่อว่าได้ ระบบปัดน้ำฝน และเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกการทำงาน 2 ส่วน ม่านบังแดดกระจกหลังแบบควบคุมด้วยไฟฟ้า ระบบแผนที่นำทางแบบ 3 มิติ ระบบวิทยุ BMW Professional พร้อมระบบควบคุมเสียงอัตโนมัติ ฯลฯ

 

เอาเป็นว่าออปชั่น ในบีเอ็มฯ 320d นั้นผมว่าต้องใช้เวลาหลายวันนะครับ กว่าจะเล่นหมดและคล่องครับ 

การลองขับ บีเอ็มฯ 320d แม้ว่าจะเพียงแค่วันเดียว แต่หลายร้อยกิโลเมตร หลายรูปแบบ ก็ทำให้ผมรู้จัก และหลงรัก บีเอ็ม 320d ไปไม่น้อยทีเดียว

อยากรู้เหมือนกันว่า จะมีรถรุ่นไหน มาทำให้ใจผมเปลี่ยนไปได้บ้าง ผมจะคอย!!!

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ