บีโอไอลุยโรดโชว์ดึงยุโรปลงทุนไทย

วันที่ 16 ก.ค. 2555 เวลา 12:41 น.
บีโอไอร่วมคณะนายกรัฐมนตรีโรดโชว์ยุโรป ชักจูงการลงทุนที่เยอรมนี และฝรั่งเศส ไม่หวั่นวิกฤตยุโรป เน้นชูเออีซีโอกาสในการลงทุน

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17 – 21 ก.ค.กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเดินทางไปชักจูงการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อชักชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พร้อมทั้งนำเสนอโอกาสทางธุรกิจในไทยจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้กับบริษัทชั้นนำในยุโรป

ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐฝรั่งเศสในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะได้หารือกับนักธุรกิจชั้นนำของเยอรมนี และฝรั่งเศส และกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมด้วยบีโอไอ จะนำเสนอโอกาสและลู่ทางการลงทุนในไทยให้กับนักธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศรับทราบ รวมทั้งตอบข้อซักถาม และรายละเอียดเชิงลึกระหว่างการหารือด้วย

ในวันที่ 18 ก.ค. 2555 นายกรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม และบีโอไอ จะพบปะหารือรายบริษัทกับบริษัทชั้นนำของเยอรมนีในสาขาต่างๆ และในวันเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะประชุมหารือกับนักลงทุนเยอรมนีประมาณ 30 ราย เพื่อชี้แจงนโยบายและโอกาสในการลงทุนด้วย และในวันที่ 20 ก.ค. นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม และบีโอไอ จะพบปะหารือรายบริษัท กับนักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศสในสาขาต่างๆเช่นกัน 

“แม้ว่าสหภาพยุโรปกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศเยอรมนี และฝรั่งเศสซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของยุโรป ยังคงเป็นประเทศเป้าหมายในการชักชวนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและการอัตราการเติบโตของอาเซียนก็เป็นปัจจัยที่บริษัทจากยุโรปน่าจะให้ความสนใจ” ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ การพบปะหารือกับบรรดาบริษัทชั้นนำในครั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและบีโอไอ จะนำเสนอนโยบายส่งเสริมการลงทุนของไทยในอนาคต จะก้าวไปสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมฐานความรู้ อุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดคาร์บอนต่ำ หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มุ่งสร้างทักษะ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแก่อุตสาหกรรมของไทย ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทชั้นนำของเยอรมันและฝรั่งเศส

สำหรับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2546 – 2555: มิ.ย. 2555) มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนเยอรมัน จำนวน 250 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 8.27 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการลงทุนจากฝรั่งเศส มีขอรับส่งเสริมจำนวน 137 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

บทความแนะนำ