เรคกูเลเตอร์ดึงโรงไฟฟ้าเล็กเข้ากองทุน

วันที่ 02 ก.ค. 2555 เวลา 13:31 น.
เรคกูเลเตอร์ดึงโรงไฟฟ้าเล็กเข้ากองทุน
เรคกูเลเตอร์ต้อนโรงไฟฟ้าเล็กกว่า 100รายค้างจ่ายเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า

นายดิเรก  ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์)  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง “การรายงานข้อมูลการผลิตไฟฟ้าและการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าประเภทใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า” ว่า ขณะนี้มีผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กกว่า 100 ราย ยังไม่นำเงินส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าจากผู้รับใบอนุญาตฯทั้งหมดที่มีอยู่ 331 ราย ซึ่งเดิมกำหนดให้นำส่งเงินเข้ากองทุนฯตั้งแต่เดือนม.ค.2554  เนื่องจากยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนฯ และไม่ทราบถึงแนวทางขั้นตอนวิธีการนำเงินเข้ากองทุนฯที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ทางเรคกูเลเตอร์จะให้เวลาผู้รับใบอนุญาตฯหรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็กทยอยนำส่งเงินเข้ากองทุนฯ โดยระหว่างนี้จะเร่งให้ข้อมูลสร้างความเข้าใจ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการ แต่หลังจากทุกอย่างเข้าระบบแล้ว  จะกำหนดวันและเวลาที่ชัดเจนในการนำส่งเงิน หากโรงไฟฟ้าใดยังไม่ปฏิบัติจะมีบทลงโทษหรือเปรียบเทียบปรับ

ปัจจุบันมีผู้รับใบอนุญาตฯจำนวน 205 ราย เริ่มนำส่งเงินเข้ากองทุนฯสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่เดือน ม.ค.2554 เป็นต้นมา มีเงินที่เก็บรักษาไว้จำนวน 2,499  ล้านบาท โดยเรคกูเลเตอร์ได้โอนเงินดังกล่าวเป็นค่าบริหารจัดการไปยังกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่จัดตั้งขึ้นมา 37 กองทุน ตามพื้นที่ที่มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ คิดเป็นวงเงินรวม78 ล้านบาท เพือ่ให้มีการจัดทำแผนงานประจำปีในการเสนอขอใช้เงินในการพัฒนาชุมชนของตัวเอง

สำหรับแผนงานที่ได้เสนอของบประมาณมาแล้วมีทั้งหมด 865 โครงการ ซึ่งล่าสุดได้พิจารณาอนุมัติโครงการให้กับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจำนวน 14 กองทุน คิดเป็นเงินกว่า 260 ล้านบาท  โดยคาดว่าภายในเดือนส.ค.นี้จะพิจารณาอนุมัติโครงการที่เหลือให้แล้วเสร็จทั้งหมด

ทางเรคกูเลเตอร์กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าต้องนำเงินส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า2 แนวทาง คือ 1. ช่วงระหวท่างการกอ่สร้างโรงไฟฟ้าในอัตรา 5หมื่นบาท/เมกะวัตต์/ปี   2.ช่วงระหว่างการผลิตไฟฟ้า โดยจำแนกตามประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า ในอัตราดังนี้ ถ่านหิน 2 ส.ต./หน่วย  พลังน้ำ 2 สต./หน่วย น้ำมัน 1.50 สต./หน่วย ก๊าซธรรมชาติ 1 สต./หน่วย   ขณะเดียวกันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ ลม แสงอาทิตย์  ชีวภาพ ชีวมวล ขยะ กากและวัสดุเหลือใช้ เก็บในอัตรา 1 สต./หน่วย

นายดิเรก  กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)รอบเดือนก.ย.-ธ.ค. 2555 ว่า จะพยายามดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เพราะประเมินจากราคาเชื้อเพลิงเฉลี่ยย้อนหลังที่จะใช้คำนวณต้นทุนค่าเอฟทียังอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังไม่ระบุได้ว่าจะใช้วิธีการชะลอปรับขึ้นค่าเอฟทีอีกหรือไม่ คงต้องหาแนวทางอื่นๆมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย