ชุมพลปิ๊งไอเดียใช้พืชสวนโลกทำสนามF1

วันที่ 28 มิ.ย. 2555 เวลา 16:21 น.
ชุมพลปิ๊งไอเดียใช้พืชสวนโลกทำสนามF1
ชุมพลขายฝันสั่งศึกษาพื้นที่พืชสวนโลก ชียงใหม่ สร้างสนามแข่งขันเอฟวัน ฟุ้งไทยเนื้อหอมต่างชาติจ้องลงทุนดีสนีย์แลนด์

นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมศึกษาพื้นที่ใกล้เคียงงานพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ จเชียงใหม่ เพื่อก่อสร้างเป็นสนามแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน หรือ เอฟ1 รองรับการแข่งขันรถฟอมูล่าวันในอนาคต

ทั้งนี้การเลือกจ.เชียงใหม่ เพื่อให้การจัดสรรพื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด ภายหลังการจัดงานพืชสวนโลก ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.)  รวมถึงเป็นมีสภาพถนนที่ดี และไม่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน จากเดิมที่มีการเสนอถนนเยาวราช บางลำภู ราชดำเนิน โดยมองว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

“เชียงใหม่  มีพื้นที่กว้างที่สามารถสร้างอัฒจรรย์ และมีธรรมชาติที่ที่สมบูรณ์และมีจุดขายที่ดี ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนจำจำนวนมาก เช่น ทูตการ์ต้า สนใจลงทุนดีสนีย์แลนด์ ในเมืองไทย โดยผมอยากเสนอ พื้นที่มักกะสัน เพราะยังมีพื้นที่เหลือจำนวนมาก”นายชุมพล กล่าว

สำหรับความคืบหน้าการสำหรับความคืบหน้าการยืนยันความพร้อมชิงเจ้าภาพเวิล์ด เอ็กซ์โป 2020  กระทรวงการท่องเที่ยว เตรียมหารือร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เพื่อจัดทำแผนงานและรวบรวมรายละเอียดทั้งหมด เกี่ยวกับการจัดงานเวิล์ด เอ็กซ์โป ฯ ถึงผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้หลัง ก่อนการจัดงาน ระหว่างการจัดงาน และหลังการจัดงาน 3 เดือน

นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษากรรมการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า จากการประเมินคู่แข่งทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ ตุรกี รัสเซีย บราซิล และคาซัคสถาน ทุกประเทศต่างมีความพร้อมและดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขณะที่การทำงานของประเทศไทยมีความเสียเปรียบด้านการประสานการทำงานร่วมกันในแต่ละหน่วยงาน โดยขั้นตอนนับจากนี้สสปน.จะพรีเซ็นแผนงานอีกครั้ง ที่กรุงปารีส เดือนพ.ย. และตัดสินเลือกว่าประเทศใดจะได้สิทธิการเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิล์ด เอ็กโป 2020 ในเดือนมิ.ย. ปี 2556  

ทั้งนี้สสปน.ได้เตรียมเสนอแผนความพร้อม โดยเตรียมแผนดำเนินงานภายหลังการจัดงานแล้วเสร็จ เพื่อให้สร้างรายได้ภายหลังการจัดงานอย่างน้อย 3 เดือน คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประเทศไทย 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ช่วงจัดงาน ซึ่งเกิดจากการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย บัตรค่าเข้าชมงาน ฯลฯ ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และหลังจากการจัดงาน 3 หมื่นล้านบาท โดยโครงการนี้จะใช้งบลงทุนทั้งหมด 3 หมื่นล้านบาท

บทความแนะนำ