ยอดตั้งบริษัทเม.ย.วูบต่ำสุดรอบ4เดือน

วันที่ 16 พ.ค. 2555 เวลา 20:11 น.
ยอดตั้งบริษัทเม.ย.วูบต่ำสุดรอบ4เดือน
ยอดจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่เม.ย.55วูบต่ำสุดรอบ4เดือน รมช.พาณิชย์อ้างเหตุวันหยุดเยอะ สั่งดูแลผู้ประกอบการ4กลุ่มเจอพิษค่าแรง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดโดยพบว่า ในเดือนเม.ย.2555มียอดการจดทะเบียนอยู่ที่ 4,041รายลดลง 1,057รายหรือ 20% เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.2554 และเมื่อเทียบกับเดือนมี.ค. 2555 ก็พบว่าในเดือนเม.ย.มียอดการจดทะเบียนลดลง 1,390ราย หรือ 25% ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนตั้งบริษัทในเดือนเม.ย.ลดลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือนตั้งแต่ ม.ค.2555 

ขณะที่ยอดรวมการจดทะเบียนตั้งบริษัท 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) มีจำนวน 20,306 ราย ลดลง 932 รายหรือ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันใน 2554 ที่มีจำนวน 21,238 ราย  

อย่างไรก็ตามสำหรับเงินทุนจดทะเบียนในเดือนเม.ย.มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 14,105 ล้านบาท โดยมีนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 397 ราย อสังหาริมทรัพย์ 218 ราย บริการนันทนาการ 155 ราย

ขณะที่ นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกประกอบการทั่วประเทศในเดือนเม.ย.2555 มีจำนวน 797 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ จำนวน 202 ราย ภูมิภาค 595 ราย มีเงินทุนจดทะเบียน 2,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น235 รายเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.2554ที่มียอดอยู่ที่ 562ราย หรือคิดเป็น41%

เมื่อเปรียบเทียบการจดทะเบียนเลิกในเดือนมี.ค.2555 มีการจดทะเบียนเลิกจำนวน 923 ราย ลดลง 126 ราย คิดเป็น 13% ขณะที่  4 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-เมษายน) มียอดจดทะเบียนเลิกทั้งสิ้นจำนวน 3,584 ราย เพิ่มขึ้น 468 ราย หรือ15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้วที่ 3,116 ราย

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ยอดการจดทะเบียนตั้งบริษัทในเดือนเม.ย.ที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือนไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่เนื่องจากเดือนเม.ย.เป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะ วันทำการจึงมีน้อยจึงเป็นสาเหตุที่ยอดการจดทะเบียนลดลง โดยเฉลี่ยมีวันทำการแค่ 17 วันและมีบริษัทยื่นขอจดทะเบียนเฉลี่ยวันละ 257 รายเท่านั้น

นอกจากนี้จากการตรวจสอบในเดือนเม.ย.ของทุกปี ยอดการจดทะเบียนก็ลดลงเป็นประจำจากวันทำการที่น้อย ส่วนอีกปัจจัยคือการชะลอการจดทะเบียนบริษัทด้านนันทนาการ โดยเฉพาะบริษัทจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ลดลงถึง 90% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพราะไม่ได้รับการจัดสรร

อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปหามาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ 4 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ สปา แฟรนไชส์ ร้านค้า และโลจิสติกส์ ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ เมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา และราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น

ทั้งนี้พบว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ประกอบการ ทั้ง 4 กลุ่มที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมาขอความช่วยเหลือและขอคำปรึกษาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอย่างต่อเนื่อง