เตรียมรถ 3 พันคัน ขนคน 3.5 แสนหนีน้ำ

วันที่ 29 ต.ค. 2554 เวลา 18:23 น.
เตรียมรถ 3 พันคัน ขนคน 3.5 แสนหนีน้ำ
รมว.คมนาคมสั่งเตรียมรถ 3,000 คันไว้ขนคน 3.5 แสนคนอพยพน้ำท่วมไปยังต่างจังหวัด

ที่กองบังคับการตำรวจราจร (บก.จร.) กทม. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์หลังการซักซ้อมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงการเตรียมพร้อมด้านการขนส่งหากต้องอพยพประชาชนออกจากกทม. โดยกล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยประมาณตัวเลขผู้อพยพในกรณีวิกฤติไว้ที่ 350,000 คน จะมีเตรียมรถเมล์ ขสมก. ไว้ 3,000 คัน คันละ 40 คน ดังนั้น ในหนึ่งเที่ยวจะขนได้ 1 แสนคน แบ่งการดำนินการเป็นช่วงๆ จัดรถบรรทุกที่มีความสูงไว้ 200-300 คัน ไปรับผู้อพยพในพื้นที่น้ำท่วมสูง มาส่งต่อให้รถเมล์ และส่งต่อให้รถ บขส. เพื่อกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ คาดว่าจะรับมือได้ เพราะการประกาศพื้นที่วิกฤติจะประกาศเป็นส่วนๆ ทำให้ทยอยอพยพได้

รมว.คมนาคม ยังกล่าวถึงข้อเสนอของกลุ่มเอกชนในการขุดเจาะถนน 5 สายในฝั่งตะวันออกเพื่อเป็นเส้นทางระบายน้ำ ว่า ขอขอบคุณเอกชนที่เสนอแนวคิดนี้ แต่สิ่งไหนที่ดำเนินการได้รัฐจะดำเนินการ แต่จากการสำรวจสภาพพื้นที่โดยกระทรวงคมนาคม เห็นควรว่าไม่ต้องเจาะถนนในเส้นทางใด เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์และความลาดชัน พบว่าฝั่งซ้ายและขวาของแนวถนนมีระดับเท่ากัน ดังนั้น เมื่อเจาะถนนแล้วน้ำจะไหลเข้าท่วมทั้ง 2 ฝั่งในระดับเท่ากัน กลายเป็นน้ำขังในทุ่ง ไหลไปไหนไม่ได้ ไม่มีผลในเรื่องของการระบายน้ำ จึงเห็นควรให้มีการขุดลอกสิ่งกีดขวางตามลำน้ำและคลองระบายน้ำลงสู่ทะเลแทน เนื่องจากพบว่าหลายจุด อาทิ ตามคอสะพานมีแนวสันดอน ตลอดจนผักตบชวากีดขวางจำนวนมาก แต่คงไม่สามารถบอกได้ว่าจะช่วยระบายน้ำเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หากน้ำไหลสะดวก ก็จะระบายลงทะเลได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาฝั่งตะวันออกที่พบคือ มีคลองระบายน้ำค่อนข้างน้อย และส่วนใหญ่เป็นแนวขวาง และมีคันกั้นน้ำค่อนข้างแข็งแรง ทำให้ระบายน้ำได้ยาก ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นมาทางฝั่งตะวันตกค่อนข้างมาก เพราะมีคันกั้นที่อ่อนแอกว่า

อย่างไรก็ตาม คิดว่าพื้นที่ทุ่งรังสิตที่ท่วมขังแล้ว สามารถใช้เป็นพื้นที่รับน้ำได้ส่วนหนึ่ง เพราะมีความหนาแน่นของที่พักอาศัยไม่มาก สามารถสูบระบายผ่านลำคลองลงสู่ทะเลได้