ค่ายมือถืออัดงบเพิ่ม เร่งช่วยผู้ประสบภัย

วันที่ 13 ต.ค. 2554 เวลา 15:59 น.
ค่ายมือถือ 3 ค่ายใหญ่ อัดงบเพิ่ม เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ระงับตัดสัญญาณ-ยกเว้นค่าบริการโทรบ้านและอินเทอร์เน็ต

ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟ เพิ่มงบรายละ 30 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วยการเติมเงินและขยายระยะเวลาใช้งานให้กับลูกค้าใน 3 จังหวัด คือ อยุธยา ลพบุรี และนครสวรรค์ โดยเติมเงินให้รายละ 30 บาท พร้อมเติมวัน รวมจำนวนลูกค้ากว่า 1 ล้านราย โดยเร่งเติมเงินให้ลูกค้า ตั้งแต่วันที่ 13 -14 ต.ค.

นอกจากนี้  ยังได้ระงับการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือน หรือ โพสต์เพดในช่วงนี้ จนกว่าสถานการณ์จะปกติ และจัดส่งหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปเติมเงินให้กับลูกค้าตามศูนย์อพยพของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

นายอานนท์  ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทีโอที ได้จัดมาตรการยกเว้นค่าบริการโทรศัพท์บ้านและบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่รัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ  โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งขอยกเว้นค่าบริการได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า ทีโอที ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ได้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารให้กับหน่วยงานราชการและภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย      โดยที่ศูนย์ราชการอยุธยา ทีโอที ได้นำระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม เข้าไปให้บริการโทรศัพท์และบริการอินเทอร์เน็ตด้วย  รวมทั้งยังได้จัดซิมพรีเพดทีโอที 3 จี  ให้บริการสำหรับลูกค้าผู้ประกอบการรายใหญ่   และจัดทำแผนสำรองกรณีระบบ สื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบเกิดขัดข้อง โดยจัดเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง พาหนะ และกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้การสนับสนุนพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยได้ทันท่วงที

ม.ล.กิตติผล ชมพูนุท ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสทฯ ได้นำบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง 99  เพื่อให้การใช้งานในศปภ.ที่ดอนเมืองสะดวกมากขึ้น  และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบ 

น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย  กล่าวว่า ได้จัดส่งบุรุษไปรษณีย์หรือเจ้าหน้าที่นำจ่ายลงพื้นที่ร่วมไปกับขบวนรถหรือเรือขององค์กรและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ เพื่อช่วยทำหน้าที่ชี้ทางเข้าไปในเขต หมู่บ้าน หรือชุมชนต่างๆ  ในพื้นที่ประสบอุทกภัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์ไทยจะมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนเป็นการช่วยผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ได้สนับสนุนรถขนส่งไปรษณีย์ขนาดใหญ่ไปช่วยลำเลียงสิ่งของที่หน่วยงานต่างๆ บริจาคส่งตรงไปยังพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งได้ให้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศเป็นจุดรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูป ผ้าห่ม เครื่องนุ่งห่ม และจุดรับบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย