จี้รัฐตรวจสต็อคโรงสีก่อนจำนำข้าว

วันที่ 04 ต.ค. 2554 เวลา 14:23 น.
จี้รัฐตรวจสต็อคโรงสีก่อนจำนำข้าว
ปชป.จี้รัฐสำรวจข้าวในสต็อคโรงสี-ออกใบลงทะเบียนเข้าโครงการจำนำก่อน 7 ต.ค. ลั่นชงครม.เงาติดตาม

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.พิษณุโลก รมช.พาณิชย์เงาพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า ​กรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ออกมาท้าลาออกจากตำแหน่ง หากโครงการจำนำข้าวขาดทุนมากกว่าโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลชุดก่อนที่ใช้เงินไป 6 หมื่นล้านบาทนั้น ​ตามข้อเท็จจริงแล้วโครงการจำนำจะทำหน้าที่เป็นพ่อค้าขายข้าวเองไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับโครงการประกันรายได้  อีกทั้งสาเหตุที่ทำให้โครงการรับจำนำข้าวล้มเหลวที่ผ่านมาคือการโกง ดังนั้นหากนายกิตติรัตน์จะท้าลาออกควรรวมไปถึงหากกรณีการโกงเกิดขึ้นด้วย

 

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่วันจะถึงกำหนดวันเร่ิมต้นโครงการจำนำสินค้าเกษตรของรัฐบาลในวันที่ 7 ต.ค.นี้ แต่พบว่าจากจำนวนชาวนาทั้งหมด  3.1 ล้านครัวเรือนที่ขึ้นทะเบียนโครงการนำข้าว มีเพียงแค่ 6 แสนครัวเรือน ที่มีเอกสารลงทะเบียนในการทำนาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ​ซึ่งหากไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว  อาจทำให้ถูกบังคับขายข้าวเป็นเงินสดในราคาต่ำกว่าเงินประกันและถูกพ่อค้าข้าวนำข้าวดังกล่าวไปสวมสิทธิ์เข้าโครงการของรัฐบาลต่อไป 

นอกจากนี้  ขอเรียกร้องรัฐบาลเร่งตรวจสต็อกข้าวในโกดังที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 650 โรง ว่ามีข้าวเก็บอยู่ในสต็อกเท่าไหร่ และประกาศออกมาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำข้าวที่ค้างอยู่ไปสวมสิทธิในโครงการจำนำข้าว ซึ่งในการประชุมครม.เงาวันที่  5 ต.ค. นี้ตนเองจะเสนอให้ครม.เงาตั้งคณะติดตามตรวจสอบโครงการรับจำนำเข้าว

นอกจากนี้ ในส่วนของการเรียกเก็บค่าหัวคิวกับชาวนา​ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เนื่องจากประสบภัยน้ำท่วม ทราบว่าทางจังหวัดพิษณุโลกได้ตั้งกรรมการสอบสวน 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่ามีการระบาดไปถึง อ.พรหมพิราม ​ซึ่งกำนันคนหนึ่งได้ประกาศเสียงตามสายเรียกเก็บค่าหัวคิว  1,000 บาท จากชาวบ้านที่ได้รับเงินชดเชยกรณีน้ำท่วมบ้านครัวเรือนละ 5,000 บาทโดยอ้างว่าเป็นการทำบุญ ไม่เช่นนั้นชาวบ้านจะไม่ได้รับความสะดวกในการได้รับเงินช่วยพิเศษจำนวน  1,473 บาทต่อตัน ที่ครม.อนุมัติช่วยเหลือเป็นพิเศษ ล่าสุดได้มีชาวบ้าน​ส่งคลิปเสียงบทสนทนาระหว่างชาวบ้านด้วยกันเองว่าได้จ่ายเงินให้กับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งไปแล้ว ซึ่งชาวบ้านพร้อมที่จะเปิดตัวออกมาร้องเรียนและเอาผิดกับบุคคลที่เรียกเก็บค่าหัวคิว