นกแอร์รายงานผลการทำงาน

วันที่ 30 ก.ย. 2554 เวลา 18:33 น.
นกแอร์พบ "สุกำพล" รายงานผลการทำงาน รับนโยบายทำงานร่วมบินไทย

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคมโดยได้รายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสายการบินนกแอร์ ในฐานะผู้ให้บริการสายการบิน และไม่มีการพูดถึงเรื่องการขายหุ้นของธนาคารกรุงไทย ให้กับบริษัท การบินไทย  ซึ่งรมว.คมนาคมมีนโยบายให้การบินไทยและสายการบินนกแอร์ทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าทางสายการบินนกแอร์ได้ทำงานสนองนโยบายอยู่แล้ว โดยเฉพาะการทำการบินไปยังเมืองรอง ซึ่งในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะเปิดให้บริการเส้นทางใหม่กรุงเทพฯ-แพร่ และภายในปี 2555 จะทยอยเปิดเส้นทางบินไปยังเมืองอื่นๆ ได้แก่ ชุมพร ระนอง และลำปาง

สำหรับผลการดำเนินงานของสายการบินนกแอร์ประจำปีนี้ พบว่าปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 85% ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารประมาณ 4 ล้านคน สาเหตุที่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เพราะมีความคุ้นเคย และได้รับบริการที่สะดวกสบายจากสายการบินนกแอร์ ซึ่งให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนรายได้เพิ่มเป็นประมาณ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้ประมาณ 4,900 ล้านบาท แต่กำไรลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะนี้สายการบินนกแอร์อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น โดยตนและผู้บริหารได้ร่วมกันตั้งบริษัท นกแอร์ แมนเนจเมนท์  เพื่อเข้าไปซื้อหุ้นจากบริษัท ทิพยประกันภัย ในสัดส่วน 10% กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 10% และกองทุนเปิดไทยทวีทุน 5% เมื่อรวมหุ้นของตนและบริษัท นกแอร์ แมนเนจเมนท์ จะมีสัดส่วนหุ้นในสายการบินนกแอร์รวม 30% ขณะที่การบินไทยจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 49% จากเดิม 39% หลังจากซื้อหุ้นจากธนาคารกรุงไทย

ส่วนผู้ถือหุ้นที่เหลือ ได้แก่ บริษัท ทุนลดาวัลย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 6% ธนาคารไทยพาณิชย์  5%  บริษัท คิงพาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นเนลกรุ๊ป จำกัด 5%และนายศุภพงษ์ อัศวินวิจิตร 5%

“บริษัท นกแอร์ แมนเนจเมนท์ เข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม เพราะเป็นช่วงเวลาที่สามารถซื้อขายหุ้นได้ ขณะที่ธุรกิจสายการบินไม่ใช่ธุรกิจหลักของผู้ถือหุ้นเหล่านั้น หลังการขายหุ้นจะทำให้ผู้ถือหุ้นลดจำนวนลง การบริหารงานสะดวกเพิ่มขึ้น และสัดส่วนกรรมการของสายการบินนกแอร์ก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย โดย บริษัท นกแอร์ แมนเนจเมนท์ และผมจะมีผู้แทนรวม 3 คน จากเดิม 2 คน การบินไทย 5 คน จากเดิม 4 คน และบริษัท ทุนลดาวัลย์ กับธนาคารไทยพาณิชย์ 1 คน รวมทั้งหมด 9 คน” นายพาที กล่าว  

ในส่วนของนโยบายที่อาจจะย้ายสายการบินในประเทศ จากสนามบินดอนเมืองไปสุวรรณภูมินั้น  เชื่อว่าสายการบินนกแอร์จะยังคงให้บริการที่ดอนเมืองอีกนาน ไม่ย้ายไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิภายใน 3-5 ปีนี้แน่นอน เนื่องจากต้องใช้ประโยชน์ที่ดอนเมือง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์ และในอนาคตรัฐบาลยังมีแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมระหว่างท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย