เคาะจำนำข้าวเข้าครม.เริ่ม7ต.ต.

วันที่ 11 ก.ย. 2554 เวลา 11:53 น.
เคาะจำนำข้าวเข้าครม.เริ่ม7ต.ต.
สรุปประเด็นร้อนข่าวธุรกิจ-ตลาดที่ต้องจับตาเรื่องจำนำข้าวที่จะถูกพิจารณาในที่ประชุมครม.ในวันที่ 13 ก.ย.นี้

สัปดาห์นี้เรื่องร้อนในแวดวงเศรษฐกิจ-ธุรกิจอยู่ที่นโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ประชุมสรุปราคาและวิธีการรับจำนำเมื่อวันที่ 9 ก.ย. และจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 ก.ย.นี้ เพื่อให้ทันเดินหน้ารับจำนำวันที่ 7 ต.ค. 2554-29 ก.พ. 2555 ในราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 1.5 หมื่นบาทต่อตัน และข้าวหอมมะลิตันละ 2 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันเริ่มดำเนินการ กลิ่นการทุจริตข้าวก็เริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว โดยทั้งผู้ส่งออกข้าวและโรงสีพร้อมกันตบเท้าออกมาแฉว่า มีบุคคลจากทีมงานของฝ่ายการเมืองโทรศัพท์แจ้งผู้ส่งออกว่ามีโควตาข้าวในสต๊อกรัฐบาลจะจัดสรรให้ หากผู้ส่งออกต้องการก็สามารถเจรจาเงื่อนไขกันได้

ขณะที่สมาคมชาวนาไทยไม่เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะโปร่งใส ปลอดทุจริต เนื่องจากทุกวันนี้ข้าวอยู่ในมือชาวนาไม่มาก เพราะประสบปัญหาน้ำท่วมทำให้นาล่มเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ขบวนการสวมสิทธินำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาถูกกว่ามาสวมสิทธิแทน โดยแนะว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน รวมทั้งควรมีตัวแทนจากภาคเกษตรกร ชาวนาเข้าร่วมอยู่ใน กขช.ด้วย เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลและปัญหาโดยตรงจากชาวนา รวมถึงสถานการณ์การผลิตและต้นทุนที่แท้จริง

ด้านนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ รีบออกตัวปฏิเสธ ยืนยันไม่มีใครหาผลประโยชน์จากการขายข้าวของรัฐบาล และจะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตแน่ ซึ่งในเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์จะเร่งแก้ปัญหาข้าวส่งออกของไทยราคาแพง โดยมีแผนจะเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ เพื่อชี้แจงต่อผู้ซื้อข้าวที่เป็นตลาดหลักของไทย ให้เข้าใจว่าราคาข้าวที่สูงขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น เพื่อทำให้ชาวนาอยู่ได้และเชื่อว่าผู้บริโภคปลายทางจะยอมรับได้

ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอให้มีการตั้งบริษัทค้าข้าวแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ระบายข้าว แต่สุดท้ายที่ประชุม กขช.ไม่เห็นชอบ

11 กสทช.ลุ้นนายกฯ นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

วุฒิสภาได้เลือกชื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 11 คน โดยคณะกรรมการในชุดนี้เกินครึ่งเป็นเครือข่ายของคนในกองทัพ โดยหลังจากที่มี กสทช.แล้ว ภาคเอกชนต่างแสดงความต้องการให้ กสทช.เร่งออกใบอนุญาตบริการ 3จี รวมทั้งเร่งทำแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม แผนแม่บทโทรทัศน์ วิทยุ การออกกฎระเบียบที่มีความโปร่งใส ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ เปิดกว้างให้เอกชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

สำหรับวิบากกรรมการตั้ง กสทช.ยังไม่จบ แม้วันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดจะไม่รับไต่สวนขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีของนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยื่นขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่เสนอชื่อผู้ฟ้องต่อวุฒิสภา ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับพิจารณาเป็นคดีพิเศษ และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นเหตุให้รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาบอกว่า อาจไม่ให้นายกรัฐมนตรีนำชื่อ 11 กสทช.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อโปรดเกล้าฯ เพราะการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และส่งกฤษฎีกาเพื่อขอความเห็นดำเนินการต่อไป ดังนั้นสัปดาห์หน้าจึงต้องลุ้นว่าผลจะเป็นอย่างไร

ไอซีทีไฟเขียวไทยคมรักษาวงโคจร

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ให้บริษัท ไทยคม เป็นผู้ทำหน้าที่รักษาวงโคจร 120 องศาตะวันออกที่จะหมดอายุในเดือน ม.ค. 2554 โดยมีแผนเร่งด่วน คือ ให้ไทยคมลากดาวเทียมดวงอื่น|ให้มาอยู่ในวงโคจรของไทยก่อน เพื่อให้ทันก่อนที่วงโคจรจะสิ้นสุด ส่วนการดำเนินงานต่อจากนั้นว่าจะยิงดวงใหม่ หรือเช่าใช้จากต่างประเทศ ได้ให้สิทธิไทยคมเต็มที่ในการดำเนินการ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค-เอสเอ็มอีร่วง

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ส.ค. 2554 พบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 83.4 ปรับลดลงจากเดือน ก.ค.ที่ 84.1 ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยเป็นผลจากความไม่มั่นใจการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มค่าครองชีพให้ประชาชน รวมทั้งประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้พืชผลการเกษตรเสียหายและรายได้ลดลง ประกอบกับกังวลว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ก็ปรับตัวลดลงจาก 56.0 มาอยู่ที่ 49.3 ลดลง 6.7 โดยเป็นการลดลงในทุกภาคธุรกิจ เนื่องจากความกังวลในด้านต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการทั้งราคาน้ำมันและค่าจ้างที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งปัจจัยค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับแข็งค่า

ไทยเบฟทุ่ม 1.5 หมื่นล้านซื้อเสริมสุข

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปราศจากแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์ ได้อนุมัติให้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติกส์ เข้าซื้อกิจการของบริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและกระจายสินค้าเครื่องดื่มรายใหญ่ โดยทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท เสริมสุข จำนวน 265,900,484 หุ้น หรือ 100% ในราคา 58 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวม 1.54 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโอกาสในการทำตลาดเครื่องดื่มรายการต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์

‘ดุสิต’ผู้นำต้านคอร์รัปชันจากไป

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2554 เวลา 19.00 น. ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ โดยที่ผ่านมานายดุสิตได้เป็นผู้ริเริ่มการก่อตั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการโกงกินที่เกิดขึ้นในสังคมไทยให้หมดไป รวมทั้งยังเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ มุ่งเน้นการกระจายรายได้ ผ่านโครงการของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการในต่างจังหวัด