บิ๊กซีผุดโมเดลใหม่เน้นค้าส่ง

วันที่ 27 ก.ค. 2554 เวลา 21:18 น.
บิ๊กซีผุดโมเดลค้าส่ง "บิ๊กซี จัมโบ้"พร้อมขยาย6สาขาใหม่บุกค้าปลีกครึ่งปีหลัง ด้านเทสโก้ฯ เท  80 ล้านโหมกิจกรรม

นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ผู้บริหารห้างค้าปลีกสมัยใหม่ซูเปอร์เซ็นเตอร์ “บิ๊กซี”  เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเปิดตัว “บิ๊กซี จัมโบ้” ซึ่งเป็นร้านรูปแบบใหม่ลักษณะเดียวกันห้างแมคโคร เน้นการจำหน่ายสินค้าแบบขายส่งเป็นหลัก  โดยขณะนี้เริ่มทดลองเปิดให้บริการสาขาแรกแล้วย่านสำโรง  คาดพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปลายปีนี้ โดยบริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาร้านในรูปแบบต่างๆ อีกหลายรูปแบบ  เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ปัจจุบัน บริษัทมีจำนวนสาขาในรูปแบบห้างขนาดใหญ่(ไฮเปอร์มาร์เก็ต) ราว  105  สาขา  ซึ่งในจำนวนดังกล่าว เป็นสาขาที่ปรับปรุงมาจากห้างคาร์ฟูร์จำนวน  41  สาขา  โดยใน 41  สาขาบริษัทได้ปรับเป็นห้างบิ๊กซี  เอ็กซ์ตร้าจำนวน  15  สาขา  ส่วนที่เหลืออีก  26  สาขาปรับเป็นห้างบิ๊กซี  ซูเปอร์เซ็นเตอร์  นอกจากนี้บริษัทยังมีสาขาในรูปแบบบิ๊กซี  มาร์เก็ต  10  สาขา  มินิ บิ๊กซี  25  สาขา  และร้านเพียว  ซึ่งเป็นร้านขายยา  เปิดให้บริการในห้างบิ๊กซีอีกจำนวน  38 สาขา

ส่วนแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้  บริษัทเตรียมเปิดอีก 6 สาขาใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้ขยายสาขาอย่างจริงจัง  ซึ่งในส่วนของสาขาใหม่ที่จะเปิดให้บริการจะมีทั้งรูปแบบบิ๊กซี มาร์เก็ต  และมินิ บิ๊กซี  พร้อมมีแผนเปิดร้านเพียวในรูปแบบสแตนด์อโลนจำนวน  4  สาขา  แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของทำเลได้  เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษาตลาด

พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีแผน ทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านบัตรสมาชิก “บิ๊ก การ์ด” จากปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ที่  6.4  ล้านราย  โดยในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะจับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ  เพื่อทำโปรโมชั่นบัตรบิ๊ก การ์ดร่วมกัน

“สำหรับนโยบายการปรับค่าแรงขึ้นต่ำขึ้น 300 บาทนั้น  บริษัทยินดีปฏิบัติหากมีการประกาศใช้จริง  แต่ก็ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุน  ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลังนั้น  คาดยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง  แต่ผู้บริโภคจะยังคงเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการแข่งขันดังกล่าว” นายกุฎาธาร กล่าว   

นายเคิร์ท  แคมป์  ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด  บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ผู้บริหารห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เทสโก้  โลตัส  เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกบัตรคลับ การ์ด อยู่ที่ประมาณ  7  ล้านบาท  และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้สมาชิกเข้ามาใช้บริการมากขึ้น  บริษัทจึงได้มีการจับมือกับผู้ประกอบการสินค้าในการทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ผ่านคูปองเงินสดให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ  ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมาที่บริษัทได้มีการเปิดตัวบัตรดังกล่าวบริษัทได้มอบคูปองแทนเงินสดให้กับลูกค้าไปแล้วคิดเป็นมูลค่า  900  ล้านบาท

ล่าสุด บริษัทได้ใช้งบ  80  ล้านบาท ทำกิจกรรมการตลาด  เพื่อฉลองครบ 2 ปีของบัตรคลับการ์ด  เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสะสมแต้ม 2 เท่าและ 3 เท่าแลกซื้อสินค้า  ซึ่งภายหลังจากที่บริษัทได้มีการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องคาดว่าสิ้นปีจะมีจำนวนสมาชิกบัตรคลับการ์ดเพิ่มขึ้นเป็น  8  ล้านราย  และเพิ่มอัตราส่วนการซื้อประจำเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจจากปัจจุบันมีสัดส่วนการซื้อประจำอยู่ที่  75%  จากสมาชิก 7 ล้านราย