posttoday

ทริกเกอร์ฟันด์…รู้ให้จริง ก่อนลงทุน

02 กันยายน 2558

โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดย  ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

“ กองทุน ABCD ทริกเกอร์ 8% ภายใน 10เดือน”

ท่านผู้อ่านเคยเห็นโฆษณาขายกองทุนในลักษณะแบบนี้ ผ่านตากันบ้างไหมครับ?

โฆษณาที่ยกมานี้ เป็นตัวอย่างของกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่เรียกว่าทริกเกอร์ฟันด์ (trigger fund) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการตั้งเป้าหมายเลิกกองเมื่อได้ระดับผลตอบแทนจุดหนึ่งตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุน รวมทั้งระบุเงื่อนไขด้วยว่า หากผลตอบแทนเป็นหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย(trigger หรือไม่ trigger) ภายในช่วงเวลาที่กำหนดนั้น จะดำเนินการอย่างไร เช่น เมื่อผลตอบแทนในการลงทุน

ถึงเป้าหมายที่กำหนด ก็จะคืนเงินผู้ลงทุนและเลิกกองทุน หรือในทางกลับกัน เมื่อครบระยะเวลาแล้ว

แต่ผลตอบแทนยังไม่บรรลุเป้าหมาย หรือขาดทุนอยู่ก็จะแปลงสภาพเป็นกองทุนเปิด โดยที่ผู้ถือหน่วยลงทุน สามารถเลือกขายคืนหน่วยลงทุนได้ เป็นต้น

ช่วงที่ผ่านมา ทริกเกอร์ฟันด์นี้ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนไทยพอสมควรเลยครับ คงเป็นเพราะหลายปัจจัยตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ลงทุนไทย เช่น ผู้ลงทุนบางส่วนไม่มีเวลาคอยติดตามผลตอบแทน และดูจังหวะที่จะขายเพื่อทำกำไร กองทุนลักษณะนี้ก็อาจจะตรงใจ เพราะมีคนคอยช่วยคิดและติดตามดูให้ว่า การลงทุนควรจะได้ผลตอบแทนประมาณใด และเมื่อเป็นไปตามเป้าหมายแล้วก็เลิกกอง ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนกันไป ในระดับที่ตนพึงพอใจ

แต่นั่นเป็นเพียงตัวอย่างในกรณีที่กองทุนทำได้ตามเป้าหมายหรือทริกเกอร์ได้ตามชื่อนะครับ ซึ่งกองทุนแบบนี้มีโอกาสที่จะไม่ทริกเกอร์เช่นกัน 

เพื่อให้เข้าใจกันได้ดีขึ้น ลองมาสมมติเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวอย่างทริกเกอร์ฟันด์ ABCD 8% 10เดือน ที่จั่วหัวไว้สักหน่อยดีไหมครับ

กรณีแรก – สมมติว่า ผู้จัดการกอง ABCD นี้ทำได้ 8% เมื่อผ่านไป 2 เดือน ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น? คำตอบ ก็คือว่า ก็จะปิดกองทันที แล้วก็จ่ายคืนเงินบวกผลตอบแทนอีก8% ให้ผู้ถือหน่วย เป็นอันจบข่าว 

กรณีสอง – สมมติว่า รอจน 10เดือนแล้ว ก็ยังไม่ถึง 8% ล่ะ? (หมายถึงอาจจะได้แค่ 3% หรือแย่หน่อยก็อาจขาดทุนติดลบอยู่) คำตอบก็คือว่า ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายที่บอกไว้แต่แรก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกลายสภาพเป็นกองทุนเปิดทั่วไปและผู้ถือหน่วยก็จะมีทางเลือก 2 อย่างคือจะขายออก หรือจะถือต่อก็สุดแล้วแต่หรือในบางกรณีก็เลิกกองกันไป
พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ ทีนี้เรามาลองวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อความเข้าใจที่กระจ่างขึ้นอีกนิดนะครับ

1.จะเห็นว่า กองแบบนี้เขาไม่ได้รับประกันว่าจะได้ตามที่บอกไว้เสมอไป ผู้ลงทุนควรจะมองว่า  จุดผลตอบแทน8% เป็นจุดทริกเกอร์ให้เลิกกองทุนต่างหากถ้าผู้จัดการกองทุนทำได้ภายในเวลา 10เดือน แล้วผู้ลงทุนถามว่าแล้วไงล่ะ ได้ตามที่บอกก็ดีน่ะสิ  ก็ใช่ครับ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า หากช่วงนั้นเป็นตลาดขาขึ้น ก็เท่ากับเป็นการจำกัดโอกาสจะทำกำไรมากกว่า 8% ถ้าดูสถิติย้อนหลังช่วงปี 2553-2557 ที่เป็นช่วงขาขึ้น ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนรวมปันผล (SET Total Return) เฉลี่ย 20% ต่อปี ในขณะที่ทริกเกอร์ฟันด์มักจะตั้งเป้าเพื่อจำกัดกำไรสูงสุดไว้ที่ต่ำกว่าผลตอบแทนรวมของตลาดอยู่เป็นอย่างมาก และที่ผ่านมามีทริกเกอร์ฟันด์หลายกองที่ทำไม่ได้ตามเป้าภายในเวลาที่ระบุ แต่เวลาเราเห็นบริษัทจัดการโฆษณาก็มักจะเน้นบอกเฉพาะจำนวนกองที่ทริกเกอร์ได้

2.ประเด็นที่ผมอยากขีดเส้นใต้สองเส้นคือ กองทริกเกอร์ฟันด์ไม่จำกัดผลขาดทุนนะครับหากลงทุนในสินทรัพย์ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง เช่น หุ้นตก  กองก็มีสิทธิที่จะขาดทุนไปได้เรื่อย ๆ และต้องเน้นนะครับว่า ในช่วงเวลา 10 เดือนตามตัวอย่างที่ยก ผู้ถือหน่วยจะไม่สามารถขายหน่วยคืนเพื่อตัดขาดทุนได้  การขายคืนจะทำได้ก็ต้องรอให้ครบกำหนด10 เดือนก่อน

จำง่าย ๆ คือว่า ทริกเกอร์ฟันด์นั้นจะจำกัดโอกาสทำกำไร (limited gain) แต่ไม่จำกัดผลขาดทุน (unlimited loss) ครับ

ก.ล.ต. มองว่า ทริกเกอร์ฟันด์ก็คือกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ซึ่งก็เป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนนะครับ เพียงแต่ก่อนผู้ลงทุนจะตัดสินใจลงทุน ก.ล.ต. ก็อยากให้เข้าใจในรายละเอียดให้ดีก่อน และ ก.ล.ต. ก็จะคอยดูเรื่องการโฆษณาขายทริกเกอร์ฟันด์ว่าต้องไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดในสาระสำคัญ แต่หากโฆษณาอย่างเหมาะสมแล้วและผู้ลงทุนอยากซื้อ  ผมก็ขอแนะนำให้ดูหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ดูที่ตัวบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน และผู้จัดการกองทุน ดูว่าบริษัทนี้ ออกทริกเกอร์ฟันด์มากี่กองแล้ว แล้วทำได้ตามเป้าในเวลาที่กำหนดสักกี่กองไม่ได้กี่กอง

หากมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดทุนเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 หรือ email: [email protected]

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ

ข่าวล่าสุด

ด่วน! ดีเซลพุ่งแรง ปรับขึ้นอีก 2.80 บาท ทะลุ 50 บาท เริ่มพรุ่งนี้ทั่วประเทศ