ดึงอปท.รับผิดทางละเมิด

  • วันที่ 09 ก.ย. 2559 เวลา 06:22 น.

ดึงอปท.รับผิดทางละเมิด

บัญชีกลางออกเกณฑ์ความรับผิดทางละเมิด ให้คลุม อปท. รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐอื่น คาดสัปดาห์หน้าใช้บังคับได้

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ยกร่างแก้ไขในเรื่องของการปฏิบัติตามการวินิจฉัยสั่งการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกหน่วยงาน รวมทั้งให้อำนาจผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลหน่วยงานแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเสียหายได้

สำหรับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ฉบับเดิม มีแนวทางปฏิบัติคือ เมื่อข้าราชการกระทำผิด ส่วนราชการดำเนินการตามขั้นตอนและส่งให้กระทรวงการคลัง โดยคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พิจารณา และเมื่อมีการวินิจฉัยประการใดแล้ว จะส่งกลับไปยังส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ตามระเบียบฯ ข้อ 18 ซึ่งส่วนราชการจะออกคำสั่งตามการวินิจฉัยดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานรัฐอื่น สามารถใช้ดุลพินิจเพื่อสั่งการตามที่เห็นสมควรได้ ทำให้การดำเนินการของหน่วยงานมีความแตกต่างกันมาก โดยปัจจุบัน มีสำนวนของ อปท. จำนวน 594 เรื่อง คิดเป็นความเสียหายประมาณ 1,250 ล้านบาท และมีสำนวนของรัฐวิสาหกิจ จำนวน 61 เรื่อง คิดเป็นความเสียหายประมาณ 888 ล้านบาท

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางจึงได้เสนอแก้ไขระเบียบเพื่อให้มีการปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกันทุกหน่วยงานของรัฐ โดยให้ส่วนราชการ อปท. รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐอื่น ต้องออกคำสั่งตามการวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดด้วย โดยกำหนดว่าหากเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว แต่หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดไม่แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา ผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลหน่วยงานนั้นๆ สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการได้ ตามระเบียบข้อ 12/1 เช่น หากอธิบดีไม่ตั้งกรรมการสอบความเสียหาย ปลัดกระทรวงมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการได้ เป็นต้น จากเดิมที่หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดใช้ดุลพินิจที่จะตั้งกรรมการหรือไม่ก็ได้ ซึ่งหากหน่วยงานต้นสังกัดไม่ดำเนินการ กรมบัญชีกลางก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้

“จากนี้จะเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะประกาศบังคับใช้ได้ในสัปดาห์หน้า” นายมนัส กล่าว

ข่าวอื่นๆ