พุทธสถานสำคัญในเมียนมา

วันที่ 14 พ.ค. 2565 เวลา 08:45 น.
พุทธสถานสำคัญในเมียนมา
คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ที่ผ่านมา ผมได้พูดในรายการ Good Morning Asian ถึงเรื่อง “พุทธบูชาในประเทศเมียนมา” ก็มีเพื่อนๆแฟนคลับถามมาเรื่อง พุทธสถานที่สำคัญๆของประเทศเมียนมา ที่เราไม่ควรพลาดในการเดินทางเข้าไปกราบสักการะบูชาในประเทศเมียนมา ว่ามีที่ไหนบ้าง? 

ซึ่งหากเปิดประเทศแล้ว เขาจะได้เดินทางไปสักการะบูชาได้ ผมก็บอกไปว่า มีทั้งหมด 5 แห่งที่เราไม่ควรพลาดครับ

พุทธสถานแห่งแรกคือ พระมหามัยะมุนี ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดกลางเมืองมัณฑะเลย์  พระมหามัยะมุนีเป็นพระพุทธรูปแบบแต่งองค์ทรงเครื่องที่สวยงามมาก พระเศียรขององค์พระพุทธรูปจะมีมงกุฎสวมอยู่อย่างงดงาม เป็นพระพุทธรูปที่ชาวเมียนมาเคารพสักการะบูชามากที่สุด 

ดั่งที่เราจะเห็นพระมหามัยะมุนีองค์จำลอง ที่มีเกือบจะทั่วทุกวัดในประเทศเมียนมา ในประเทศไทยเราเองก็มีการสร้างจำลอง ไว้ให้ประชาชนคนไทยได้กราบไหว้หลายวัดด้วยเช่นกัน ที่ผมเห็นมาองค์ที่สวยงามที่สุด น่าจะอยู่ที่วัดหัวเวียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนอีกองค์หนึ่งที่มีขนาดเท่าองค์จริง และสวยงามเหมือนกันก็อยู่ที่วัดพระธาตุดอยแต จังหวัดลำพูน 

ในขณะที่องค์จริงที่เมืองมัณฑะเลย์นั้น หากเราไปกราบสักการะพระพุทธรูปองค์นี้ที่วัด องค์ท่านตั้งแต่บ่าลงมาจนถึงฐาน จะมีผู้มีจิตศัทธาเหลื่อมใส ไปปิดทองกันมาก 

จนทำให้องค์ท่านเป็นตะปุ่มตะป่ำเต็มไปด้วยทองคำเปลว ที่ชาวบ้านนำมาปิดทองกัอย่างมากมาย ทุกวันตอนเวลาเช้ามืด ตั้งแต่ตีสี่ถึงฟ้าสว่าง จะมีประชาชนมารวมตัวกันที่วัด นั่งรอสวดมนต์ตอนพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยะมุนี โดยมีเจ้าอาวาสวัดพระมหามัยะมุนี เป็นผู้ดำเนินพิธีการทุกวัน

สำหรับพุทธสถานแห่งที่สอง คือที่เจดีย์ชเวดากอน สถานที่นี้คงไม่ต้องบรรยายมาก เพราะผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนที่เคยเดินทางไปที่เมืองย่างกุ้ง ก็จะต้องได้ไปกราบไหว้บูชามาแล้วทุกคน ตัวผมเองก็ได้ขึ้นไปกราบไหว้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมจะขอเล่าเพียงคร่าวๆนิดหน่อยนะครับ  

เดิมทีเจดีย์ชเวดากอนนี้ สร้างขึ้นโดยยุคสมัยที่ชาวมอญปกครองประเทศเมียนมาอยู่ ซึ่งเดิมเลยทีเดียวใช้ชื่อว่า “ตีกอนปะ” ต่อมาก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “ใจ๋ตะกอน” คำว่าใจ๋แปลว่า “เจดีย์” ตะกอนแปลว่า “ชัยชนะ” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ชเวดากอน”  

คำว่า ชเวแปลว่าทอง เขามีความเชื่อกันว่าภายในเจดีย์ได้บรรจุพระเกศาพระพุทธเจ้าหนึ่งใน 8 เส้นที่ได้อันเชิญมาจากศรีลังกา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไว้โอกาสหน้าผมจะนำมาเขียนให้อ่านนะครับ เพราะถ้าเขียนทั้งหมด สามตอนก็ไม่จบครับ เดี๋ยวจะเล่าพุทธสถานสำคัญไม่ครบทั้งห้าแห่ง

พุทธสถานแห่งที่สาม คือ “เจดีย์ชเวซี่โกน” ประดิษฐานอยู่ที่เมืองพุกามหรือพะกัน เมืองที่มีเจดีย์สามพันกว่าองค์นั่นแหละครับ ที่นี่ผมเคยเป็นไกด์กิติมศักดิ์ให้แก่องค์สังฆราชนิกายวัชรญาณ พระองค์นามว่า “รินโปเชที่ 112” เมื่อ 7 ปีก่อน เมื่อ

ครั้งนั้นพอเดินทางไปถึงที่องค์เจดีย์ ได้มีปรากฎการณ์ลมพายุพัดมาอย่างรุนแรงประมาณ 5 นาที แล้วก็หายไปหลังจากที่ท่านสวดมนต์เสร็จสิ้นพอดีเลยครับ องค์เจดีย์ชเวซี่โกนนี้ ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำอิยะวดี ซึ่งเป็นที่กล่าวกันว่า ในปีที่มีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เมืองพุกาม มีองค์เจดีย์หลายองค์ ที่ทะลายลงมา แต่องคืเจดีย์ชเวซี่โกนนี้ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างไรเลยครับ

พุทธสถานแห่งที่สี่คือ “เจดีย์ชเวมอตอ” คนไทยเรามักจะรู้จักในนาม “พระธาตุมุเตา” เจดีย์องค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองพะโค หรือที่คนไทยเรียกว่า “เมืองหงสาวดี”นั่นแหละครับ ที่นี่ก็เป็นสถานที่ชาวเมียนมาให้ความเคารพอย่างสูงสุดอีกแห่งหนึ่งเช่นกัน ผมไปที่นี่บ่อยมาก 

ที่พลาดไม่ได้คือที่หน้าฐานด้านตะวันออก จะมีหลุมน้ำเล็กๆอยู่บ่อหนึ่ง ขนาดประมาณ 8-10 นิ้วได้ หากมองเฉียงๆลงไปในบ่อน้ำ จะเห็นเป็นรูปเจดีย์ที่มีปลายหอกอยู่ในน้ำนั้น ก็แปลกๆดีครับ ด้านข้างๆของเจดีย์ จะมีสถานที่ที่ทางวัดจัดทำเป็นศาลาเล็กๆไว้ แล้วมีรูปปั้น “นัท 37 ตน” ภาษาเมียนมาเรียกนัทนั้นว่า “ตงเซะค่งน่ำมั่ย”อยู่ในศาลานั้น ก็จะมีชาวบ้านมากราบไหว้บูชาขอพรกันเยอะเหมือนกัน

ส่วนพุทธสถานแห่งสุดท้านคือ “ใจ๋ชิ่นโยเจดี่” หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “พระธาตุอินทร์แขวน” นั่นแหละครับ ที่นี่จะเป็นพุทธสถานที่พุทธศาสนิกชนทั้งไทยทั้งเมียนมา ต้องเดินทางไปสักการะบูชากัน ในอดีตเสน่ห์ของที่นี่คือการขึ้นเขาไปด้วยการนั่งเสลี่ยง โดยมีคนแบกเสลี่ยงสี่คนพาเราขึ้นไปบนยอดเขา ที่มีพระธาตุอยู่บนยอดก้อนหินยักษ์ที่ลอยพ้นพื้นดิน อยู่ที่ขอบหน้าผามาชั่วนาตาปี เป็นที่แปลกตาแปลกใจ 

รายละเอียดผมคงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะเราคนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้วนะครับ ที่น่าตื่นเต้นอีกอย่าง คือตอนนั่งเสลี่ยงลงจากเขานั่นแหละครับ เพราะคนหามเสลี่ยงมักจะชอบพาเราเดินทางลัด ที่ไม่ลงทางถนนเช่นตอนที่หามขึ้นไป เขาจะลงทางบันได ที่มีความชันมาก เขาหามลงมาด้วยความเร็วสูง เป็นที่ตื่นเต้นหวาดเสียวดีแท้ 

แต่ก็ยังไม่เคยได้เห็นใครตกเสลี่ยงนะครับ ปัจุบันนี้ได้มีการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วครับ แต่ถ้าใครนึกอยากสนุก อยากนั่งเสลี่ยงดูก็น่าจะลองนะครับ

สรุปพุทธสถานที่สำคัญทั้ง 5 แห่งที่กล่าวมานี้ เป็นที่ที่เราสมควรจะต้องไปสักการะบูชาสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ แต่ก็มีบางบริษัททัวร์ เขาก็บอกว่า ถ้าไปพระธาตุอินทรแขวน ควรไปให้ครบสามครั้ง

ผมคิดว่าก็เอาที่สบายใจก็แล้วกันนะครับ