เมียนมาเปิดประเทศใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์ 

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 08:53 น.
เมียนมาเปิดประเทศใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์ 
คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกคนที่เฝ้ารอคอยการเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศเมียนมา ที่ตนเองได้ไปลงหลักปักฐานไว้เมื่อยุคเฟื่องฟู คือในช่วงปี 2008-2019 ล้วนต่างพากันดีใจ ที่ประเทศเมียนมาจะเปิดให้มีสายการบินพาณิชย์เดินทางเข้าสู่ประเทศได้เสียที โดยเริ่มต้นในวันที่ 17 เมษายนที่จะถึงนี้

เพราะกลุ่มพวกเราต่างออกจากเมียนมามาเกินกว่าสองปีกันทุกคน ต่างก็ตั้งตารอว่าจะได้กลับไป มีเพื่อนๆหลายคนโทรฯเข้ามาถามผมว่าจะเข้าไปวันไหน เพราะอยากจะเดินทางไปกับผม

ตอนแรกผมว่าจะเข้าไปในวันที่ 18 เมษายนนี้เลย แต่สุดท้ายคงต้องลากยาวต่อไปอีกนิดแน่นอน เพราะการขอ Visa ต้องใช้เวลานานถึง 3 อาทิตย์ - หนึ่งเดือนเลยครับ

การเปิดประเทศครั้งนี้ ทางการเมียนมาได้มีข้อกำหนดมากมาย  Visa ก็ไม่ได้ขอได้ง่ายๆเหมือนที่ผ่านมาแล้ว ช่วงเปิดประเทศใหม่ๆ ในปี 2000 ต้นๆ การเดินทางเข้าประเทศเมียนมา จะต้องขอ Visa กันทุกครั้ง แล้วแต่ว่าเราจะเข้าไปทำอะไร บ้างก็ขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) บ้างก็ขอเป็นวีซ่าธุรกิจ( Business Visa) ซึ่งก็ไม่ได้ขอยากเย็นสักเท่าใดนัก

เพียงแต่จะเสียเวลาหน่อยเท่านั้นเอง จนกระทั่งต่อมาทางการเมียนมาได้มีข้อตกลงกับทางการไทย ให้นักเดินทางไทยไม่ต้องขอ Visa หรือ Free ในทุกวันVisa ก็สามารถเดินทางได้ โดยจะอยู่ได้ยาวถึง 15 วันเลยทีเดียว ก็เลยทำให้มีนักท่องเที่ยวไทย เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศเมียนมาเยอะมาก สายการบินเองก็มีมากมายหลายสายมาก เรียกว่าจะเดินทางได้ตลอดทั้งวันเลยครับ นักท่องเที่ยวเองก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวเลยครับ

ในช่วงนั้นการท่องเที่ยวเฟื่องฟูมาก มีทั้งทัวร์สายบุญ ที่เดินทางไปไหว้พระ ซึ่งมาจากทุกสารทิศ และทัวร์หาช่องทางทำมาหากิน ที่จัดโดยกระทรวงต่างๆของประเทศไทยและบริษัทเอกชนอีกหลายบริษัท ก็จะจัดงาน Matching Business และงานแสดงสินค้า หรืองาน Exhibition ทำกันอยู่ทุกเดือน บางเดือนก็จะจัดกันหลายครั้ง แล้วแต่ใครจะหาลูกค้าหรือแคมเปญดีๆมานำเสนอขายกัน

และทัวร์อีกประเภทหนึ่งคือทัวร์ดูงานต่างประเทศ (ก็ไม่รู้ว่ามาดูงานอะไรที่เมียนมา) ที่ส่วนใหญ่ผมจะเห็นใส่ชุดเสื้อที่ตราสัญญาลักษณ์ประจำตำบล ประจำจังหวัดกันเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ เรียกว่าสนามบินย่างกุ้งคลาคล่ำไปด้วยพี่น้องชาวไทยเยอะแยะไปหมด ซึ่งบางครั้งผมก็จะพบกับคนที่รู้จักที่ปกติผมจะไม่มีโอกาสได้พบเจอในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำครับ

ส่วนที่ไกลออกไปในอดีต เช่นในยุคก่อนปี 2000 ถ้าเพื่อนๆที่เคยเดินทางในยุคนั้น ก็จะรู้ว่าการขอ Visa เข้าไปประเทศพม่า (ชื่อเก่าในยุคนั้น) ยากเย็นเข็ญใจมาก

นอกจากนี้สายการบินก็จะมีให้เลือกน้อยมาก มีแค่การบินไทยกับสายการบินเมียนมาอินเตอร์ฯเท่านั้น และมีวันละสองเที่ยว การเดินทางในยุคนั้นจะแย่มากๆ รถราบนท้องถนนก็มีน้อยมาก รถรับจ้างหลักก็จะเป็นรถยนต์สองแถวเล็กๆยี่ห้อมาสด้าสีน้ำเงิน ด้านหลังนั่งได้แค่สี่ถึงหกคน ด้านหน้าผู้โดยสารอีกหนึ่งคน ทำให้ไปไหนมาไหนก็ลำบาก

อีกทั้งเวลาที่เข้าสู่สนามบินย่างกุ้ง จะต้องแลกเงิน US$ แลกกับเงินเหรียญ FEC (Foreign Exchange Currency) ที่พวกเราชอบเรียกว่า “กงเต็กดอลล่าร์” เพราะอุปโหลกขึ้นมาโดยธนาคารกลางของเมียนมา ที่กำหนดให้อัตราเท่ากันกับ US$

แต่ถ้าแลกในตลาดทั่วไป จะอ่อนค่ากว่า US$ ประมาณ10% ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะค่าที่พักโรงแรม และร้านอาหารบางร้านที่รับนักท่องเที่ยวเท่านั้น อีกอย่างเวลาออกจากสนามบินเป็นต้นไป ยังมีของแถม คือ ผู้ที่เราไม่ประสงค์จะให้ติดตาม ที่คอยสอดส่องดูว่าเราไปทำอะไร?ที่ไหน?อย่างไร? ตลอดเวลา เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ทุกอย่างก็เข้าสู่สภาพปกติแล้วครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดก็กลายเป็นอดีตไม่มีให้เห็นอีกเลย 

ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ประเทศเมียนมาต้องปิดประเทศมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนปี 2020 ผมเองออกมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ในปีนั้น ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้เข้าไปอีกเลย เพราะสนามบินนานาชาติที่ย่างกุ้งปิดสนิท ยิ่งเข้าสู่โหมดของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง การเปิดใช้สนามบินนานาชาติ เพื่อเปิดรับชาวต่างชาติ ก็ยังมองไม่เห็นว่าจะเริ่มได้เมื่อใด ?

แต่พอประเทศไทยเราเปิดสนามบินนานาชาติที่สุวรรณภูมิ ผมก็เริ่มเห็นความหวังแล้ว จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงได้เห็นประกาศอย่างเป็นทางการนี่แหละครับ 

การเปิดประเทศใหม่อีกครั้งของเมียนมา พวกเราก็หวังว่าจะไม่กลับไปสู่ระบบเก่าๆ แบบในช่วงก่อนปี 2000 ที่ผมเล่ามานะครับ เพราะในยุคนี้เป็นยุคโลกาภิวัฒน์แล้ว ทุกอย่างในโลกนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วครับ