เจ้าดวงอาทิตย์อับแสง

วันที่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 15:45 น.
เจ้าดวงอาทิตย์อับแสง
คอลัมน์ Great Talk

กาลครั้งหนึ่ง มีเจ้าดวงอาทิตย์น้อยสีแดงอาศัยร่วมกับโลกอันแสนสดสวยยิ่งใหญ่สีฟ้า

เจ้าดวงอาทิตย์น้อยทำหน้าที่เดิมๆคือส่องแสงสว่างให้กับโลกที่เหมือนเป็นเพื่อนบ้านของเขาอย่างยาวนานมาตลอด กว่า 5 พันล้านปีแล้ว ขณะที่เจ้าโลกสีครามมีอายุไล่เลี่ยกันคือ ประมาณ 4.5 ล้านปี

ทั้งเจ้าดวงอาทิตย์และเจ้าโลกสีครามแม้เกิดมายาวนานแต่สิ่งที่น่าสงสารคือทั้งสองคนพูดไม่ได้ได้แต่ทำหน้าที่เดิมๆอยู่อย่างนี้มาอย่างยาวนาน “ดวงอาทิตย์ส่องแสง” “โลกหมุนรอบตัวเอง”

ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่ในโลกมักชื่นชมเจ้าดวงอาทิตย์ที่คอยให้แสงสว่างแก่พวกมันเพราะทำให้เกิดนิสัยเดิมๆที่มันทำทุกวันที่เจอแสงเจ้าดวงอาทิตย์คือ คลอโรพลาสต์ ซึ่งจะคอยดูดกลืนพลังงานจากเจ้าดวงอาทิตย์ มาใช้ในการสังเคราะห์แสงและช่วยให้เจ้าพืชและต้นไม้ทั้งหลายไว้หายใจ

เธอนิสัยดีจังเลยเจ้าดวงอาทิตย์ ขนาดชั้นไม่ใช่ต้นไม้ใหญ่โตอะไรได้แต่เอนเอียงไปมาเธอยังช่วยฉันให้ชั้นมีชีวิตอยู่ได้” เจ้าต้นไผ่ กล่าว“ไม่หรอกเธอ ขนาดฉันเป็นแค่วัชพืชเล็กๆ ชั้นก็ยังหายใจได้เพราะเจ้าดวงอาทิตย์เลย เธอมีลำต้นสูงโปร่งแถมยังโอนอ่อนตามแรงลมได้อีก มนุษย์ก็ยังตัดเธอไปใช้งานได้ตั้งหลากหลาย เธอดูมีประโยชน์กว่าฉันอีก ยังไงดวงอาทิตย์ก็ต้องดูแลเธอ”

“แต่ใครล่ะจะหลงไหลเจ้าดวงอาทิตย์ได้อย่างเจ้าดอกทานตะวัน” เจ้าใบไผ่และเจ้าต้นหญ้าพูดขึ้นมาพร้อมกัน“ดูสิทุกครั้งที่ดวงอาทิตย์ส่องไปทางไหนเจ้าทานตะวันจะหันหน้าไปทางที่อาทิตย์ส่องเหมือนคอยตามมองยังไงอย่างนั้นแหล่ะ ดูๆ เจ้าทานตะวันบางต้นสูงถึงสามเมตรแหน่ะดูเบ่งบานน่าสนุกกว่าใครเขา” เจ้าต้นไผ่กล่าวถึงเจ้าดอกทานตะวันที่อยู่ถัดจากป่าของตนเองห่างออกไปประมาณ 100 เมตร “ใช่เบ่งบานสีเหลืองสดใสไปทั้งทุ่งดอกทานตะวัน” เจ้าต้นหญ้ากล่าวเสริม

เจ้าดวงอาทิตย์พูดไม่ได้ได้แต่รู้สึกยินดีในใจว่าแม้เพียงเราทำหน้าที่แค่นี้แต่มีคนชื่นชมยินดีเรามีประโยชน์แล้วหรือนี่ “ดีใจจัง” เจ้าดวงอาทิตย์รำพึงในใจ

“โอ้ย ทำไมมันร้อนแบบนี้วะ ประเทศเรามันมีแต่ฤดูร้อนมากถึงมากที่สุดหรือยังไงกัน ร้อนมันทุกวันทุกปีสิน่า” มนุษย์ในเมืองใหญ่คนหนึ่งบ่นกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกัน “นั้นสิ มันจะร้อนตับแตกไปแล้ว” เพื่อนกล่าวเสริม

แก๊ก แก๊ก เสียงของแหลมกระเทาะกับของแข็ง ดังเป็นระยะๆ“ทำไมแดดต้องมาตอนนี้ล่ะ นี่นั่งทำอยู่สามสี่ชั่วโมงแล้วนะ ดูสิแกะสลักเอาไว้ละลายหมดแล้ว กว่าจะถึงเวลาที่แสดงโชว์ให้คนเข้ามาดูนี่ต้องรออีกว่า สองชั่วโมงเลยนะ” มนุษย์อีกทวีปของโลกบ่นขึ้นมา บ่นไปมือก็กำลังแกะสลักก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่รูปมังกรขนาดประมาณสามเมตร

“แสงแดดเป็นอันตรายต่อผิวของมนุษย์ หากเจอกับแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้เกิดผิวหนังไม้แดด มีกระ ฝ้า ผิวหนังแก่ก่อนไว รวมถึงสามารถเป็นมะเร็งผิวหนังได้นะครับ คุณควรต้องระวัง” เสียงหมอท่านหนึ่งกำลังพูดคุยกับคนไข้ที่ประสบปัญหามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง

“แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปเจอแสงแดดอะไรมากมายนะครับหมอ ทำไมผมถึงมีปัญหาครับ” “นั้นเพราะผิวหนังคุณมีความไวต่อแสงแดด ผิวหนังคุณมีความเปราะบางเกินไปเนื่องจากคุณใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์และอาจเกิดจากการดูแลรักษาผิวพรรณ์ของคุณแบบผิดๆและอาจมีสารสเตียรอยด์ผสมครับ” หมอกล่าวด้วยวาจาสุภาพ “มันแย่มากครับไอ้เจ้าดวงอาทิตย์นี่มันทำร้ายผมจริงๆ” มนุษย์คนไข้กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

เจ้าดวงอาทิตย์ได้ยินมนุษย์ว่าตนเองดังกล่าวเริ่มรู้สึกน้อยใจว่าตนเองสร้างปัญหาให้คนอื่น ทำให้คนอื่นลำบากทำให้คนอื่นต้องเจ็บป่วยเพราะตน จึงเริ่มตัดสินใจค่อยๆ ดับแสงของตนอย่างช้าๆ

“โว้ยตากผ้าไม่ได้เลย ไม่มีแดดเลยผ้าชื้นเหม็นมาก ทำไมไม่มีแดดเลยวะวันนี้” มนุษย์ในเมืองใหญ่“หนาวมากเลยปกติไม่หนาวขนาดนี้นะ หนาวขนาดนี้จะอยู่ยังไงล่ะเนี่ย” มนุษย์ในเมืองหนาว“มองอะไรไม่เห็นเลย มืดขนาดนี้จะเดินทางยังไงเข้าไปหาของป่ามากินเป็นอาหารเย็นล่ะเนี่ย” มนุษย์ในป่าทึบ

“เธอๆ เจ้าดวงอาทิตย์ เธอที่อยู่ตรงนั้นน่ะฟังฉันหน่อยนะ” เจ้าดวงอาทิตย์ที่มืดมน ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเรียกตนเองอยู่ จึงหันหน้าไปยังเจ้าโลกสีคราม“เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ ฉันรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกแย่กับใครบางคนที่กำลังบอกว่าเธอนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขา” เสียงที่ลอยผ่านแทรกผ่านห้วงอวกาศ เจ้าของเสียงคือ เจ้าโลกสีครามนี่เอง

“อ่าวเธอพูดได้ด้วยหรอ” เจ้าดวงอาทิตย์ถามด้วยความสงสัย“ใช่เราพูดได้เหมือนเธอนั้นแหล่ะแต่ที่ผ่านมาเราคิดว่าไม่มีใครได้ยินที่เราพูดเลยเราก็เลยไม่พูดจนมาถึงสถานการณ์นี้ที่เธอกำลังพยายามดับแสงของเธอลงนี่แหล่ะฉันถึงพยายามสื่อสารกับเธอและก็เลยมารู้ความจริงว่า เราสื่อสารกันได้แค่เราสองคนเท่านั้น” เจ้าโลกสีครามกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“เธอรู้ไหม แสงอาทิตย์ของเธอมันช่วยสร้างประโยชน์ให้สิ่งมีชีวิตมากมาย กว่า ห้าพันปีมาแล้วและเราก็ได้ยินเสียงที่คนพูดถึงเธอในทางที่ดีมากมายแต่ในทางกลับกันผู้คนที่เสียประโยชน์หรือโทษเรื่องราวต่างๆรอบตัวของเขาเองนั้นก็ต่อว่าเธอมากมายเช่นกันนะเจ้าดวงอาทิตย์”

"ขนาดฉันเองพวกเขาอยู่ในร่างกายฉันมาอย่างยาวนานยังบ่นว่าฉันไม่ดีอย่างนู่นอย่างนี้บ้างก็ว่าทำไมเล็กเกินไปทำไมแผ่นดินต้องไหวทำไมน้ำต้องท่วม ทำตัวฉันไม่ทำตัวให้ดีกว่าที่เป็น

ทั้งๆที่พวกเขานั้นแหล่ะทำร้ายฉันมาตลอดทั้งขุดเจาะบนตัวฉัน ปล่อยก๊าซหลายๆอย่างทำให้ฉันเป็นภูมิแพ้จนทำให้พวกเขาบอกว่า มันเป็นอาการภูมิแพ้ “โลกร้อน” ทำให้ชั้นบรรยากาศรอบตัวฉันแย่ลง เกิดมลภาวะมากมาย”

“ฉันควรต้องน้อยใจกว่าเธอนะเจ้าดวงอาทิตย์” เจ้าโลกน้อยสีครามกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ อย่างน้อยเราอยู่ด้วยกันอีกแค่ครึ่งชีวิตของกันและกันอีกไม่เกิน 5พันปีเราสองคนก็แตกสลายแล้ว อย่างน้อยเธอกลับมาเป็นคนเดิม ให้แสงสว่างกับสิ่งมีชีวิตในร่างกายของฉันต่อไปเถอะนะ

เจ้าดวงอาทิตย์เมื่อได้ยินเจ้าโลกสีครามพูดกับตนจึงฉุกคิดได้ว่า “เราคงมีหน้าที่ที่ต้องทำและขอทำอย่างเดิมต่อไป”

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเพราะอากาศในโลกมีความชื้นมาก เจ้าดวงอาทิตย์กลับมาส่องแสงเช่นเดิมแสงสว่างที่เจิดจ้ากลับมาสู่ฟ้าสีครามอีกครั้งหลังฝนโหมกระหน่ำแสงสว่างเจ็ดสีขึ้นมาบนปลายท้องฟ้า

เจ้ารุ้งกินน้ำ ดีใจที่ตนเองได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง