ไตรมาส 2 จ้างงานแนวโน้มฟื้นตัว...ท่ามกลางความเสี่ยงโควิดรอบ 3

วันที่ 19 เม.ย. 2564 เวลา 11:30 น.
ไตรมาส 2 จ้างงานแนวโน้มฟื้นตัว...ท่ามกลางความเสี่ยงโควิดรอบ 3
คอลัมน์ เศรษฐกิจรอบทิศ

ปีนี้วันสงกรานต์หยุดยาวเพื่อกระตุ้นให้คนออกไปใช้จ่ายเนื่องจากตัวเลขการบริโภคเอกชนยังหดตัวต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่แล้วส่งผลให้การจ้างงานทุกคลัสเตอร์หดตัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5.06 รัฐบาลมีการเตรียมมาตรการเงินใส่มือประชาชนผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจชื่อเท่ ๆ หลายโครงการโดยหวังว่าจะเป็นการรักษาพยุงการจ้างงานที่ส่อเค้าเริ่มฟื้นตัว ความท้าทายจากปัจจัยแทรกซ้อนการระบาดไวรัสโควิดที่กลับมาอีกรอบเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นบางวันผู้ติดเชื้อทะลุ 400 คนคราวนี้จุดศูนย์กลางอยู่ที่เขตพื้นที่ชั้นในของกทม.ก่อนที่จะกระจายไปปริมณฑลและหลายจังหวัด กลุ่มคนติดเชื้อและกลุ่มเสี่ยงอยู่ในกลุ่มเซเลบ (celeb) คือเป็นคนดัง ดารา-นักร้องผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการบันเทิงจำนวนมากขนาดค่ายละครทีวียังปิดตัวจนมีมาตรการคุมเข้มและรับภาวะฉุกเฉินจากเหตุที่จะตามมา    

การแพร่ระบาดรอบนี้กินขอบเขตเชิงลึกกว้างกว่าครั้งที่ผ่านมาลามเข้าไปถึงระดับรัฐมนตรี 2 ท่านและรมช.อีก 2 ท่านแจงว่าผลตรวจโควิดเป็นลบคือมีการติดเชื้อ แม้แต่รัฐมนตรี 10 กว่าท่านรวมถึงรองนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 ท่านต้องกักตัวเองการประชุมครม.ต้องปรับเปลี่ยนประชุมผ่านออนไลน์ หมอดัง ๆ รวมถึงอธิบดีกรมโรคติดต่อออกมาเตือนว่าการที่ประชาชนแห่กันไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัดและเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์เป็นการเพิ่มความเสี่ยงการแพร่กระจายของโรคอาจยกระดับการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 แต่กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าไม่ถึงขั้นนั้นให้ไปเที่ยวและยังรับมือได้ผลจะเป็นอย่างไรคงต้องดูกันต่อไป

ประเด็นที่อยากสื่อสารเกี่ยวข้องกับผลกระทบของการระบาดโควิดรอบนี้จะมีผลอย่างไรต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากจุดต่ำสุดไปสู่การฟื้นตัวแต่ต้องเข้าใจว่าการฟื้นตัวอยู่บนการหดตัว ข้อมูลเชิงประจักษ์คือตัวเลขผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 33 เป็นแรงงานในระบบที่มีตัวตนและมีนายจ้าง เดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 มีจำนวน 11.692 ล้านคนซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบกับข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ผู้ประกันตนมีจำนวน 11.10 ล้านคนหายไปถึง 5.92 แสนคนหรือแรงงานในระบบลดลงร้อยละ 5.07 เทียบกับเดือนก่อนหน้าปรับตัวดีขึ้นนิดหน่อย ตัวเลขนี้ผมใช้อ้างอิงมาหลายครั้งเพราะสามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าแรงงานในระบบของไทยหายไปกว่าครึ่งล้านคน

ข้อมูลที่แสดงว่าการจ้างงานยังไม่กลับมาเป็นปกติสะท้อนจากข้อมูลของกระทรวงแรงงานเดือนกุมภาพันธ์  การว่างงานของผู้ที่รับประโยชน์ทดแทนประกันสังคมมีจำนวน 3.10 แสนคนต่ำสุดในรอบ 10 เดือนแต่ยังสูงกว่า      ในช่วงปกติถึง 2.04 เท่า รายงานดังกล่าวยังระบุว่าภาพรวมการจ้างงานยังอยู่ในโซนหดตัว เช่น การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหดตัวร้อยละ 5.35, ภาคบริการหดตัวร้อยละ 4.36, การค้าปลีกหดตัว   ร้อยละ 3.5, ภาคก่อสร้างหดตัวร้อยละ 6.2 และภาคท่องเที่ยวหดตัวในระดับสูงถึงร้อยละ 30.8  คลัสเตอร์ที่เป็นพระเอกที่การจ้างงานยังเป็นบวกคือขนส่งและโลจิสติกส์ที่ขยายตัวร้อยละ 3.44

ที่เจียระไนเป็นตัวเลขเพื่อให้เห็นว่าการจ้างงานและตลาดแรงงานถึงแม้จะดูว่าเริ่มฟื้นตัวแต่ตัวเลขที่ออกมา  ก็ยังอยู่ในช่วงหดตัวเฉลี่ยประมาณร้อยละ 5.06-5.07  แต่ก็มีสัญญาณเช่นกันว่าตลาดแรงงานเริ่มมีการฟื้นตัวแต่ยังอยู่ในเหวไม่พ้นปากเหวเพียงแต่เริ่มเห็นแสงสว่าง ที่ต้องส่องกล้องว่าคนว่างงานจำนวนมากหายไปไหนคงต้องเข้าไปดูข้อมูลจำนวนคนที่กำลังหางานเฉพาะในเว็บ Jobthai.com (7 เม.ย. 64)  จำนวนผู้ฝากประวัติแสดงความจำนงต้องการงานมีถึง 1,860,985 คนซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนว่างงาน เชิงพื้นที่สัดส่วนร้อยละ 51.2 อยู่ในกทม.และปริมณฑลซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานครึ่งหนึ่งของประเทศ รองลงมาอยู่ในพื้นที่อีอีซีสัดส่วนร้อยละ 15.52  ขณะที่ภาคใต้มีจำนวนต่ำสุดสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.7 สะท้อนจำนวนแรงงานในพื้นที่ไม่มาก ด้านการศึกษาส่วนใหญ่จบระดับปริญญาและสูงกว่ามีสัดส่วนสูงถึง 3 ใน 4 ของผู้ที่กำลังหางานทั้งหมดสะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างดี

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดแรงงานของไทยถึงแม้เปลือกนอกดูเป็นบวกอันเนื่องมาจากข้อมูลของรัฐแบบ “Propaganda” อาจย้อนแย้งกับข้อมูลเชิงประจักษ์ที่บางส่วนอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและกระทรวงแรงงานแต่ต้องยอมรับว่าสัญญาณทางบวกของการจ้างงานเริ่มฟื้นตัว เช่น ส่งออกอัพเดทสุดเดือนกุมภาพันธ์เริ่มกลับมาขยายตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 1.87 แต่หากหักส่งออกทองคำซึ่งไม่มีมูลค่าเพิ่มต่อการจ้างงานยังหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -0.3  การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตกลับมาขยายตัวแสดงว่าการลงทุนจริงเริ่มกลับมาและภาคอุตสาหกรรมมีชั่วโมงการทำงานมากขึ้น สอดคล้องกับตัวเลขการลงทุนเอกชนขยายตัวเป็นบวกมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วปีที่ผ่านมาขยายตัวได้ถึงร้อยละ 7.0

ผมกำลังชี้ให้เห็นว่าถึงแม้การแพร่ระบาดโควิด-19 จะกลับมาเป็นรอบใหม่หรือรอบที่ 2 อาจกระทบกับตลาดแรงงานไม่มากเหมือนคราวที่แล้ว หากไม่มีการล็อกดาวน์แบบเหมาเข่งอาจแยกเป็นโซนหรือคลัสเตอร์กลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงอาจไม่ส่งผลกระทบอย่างเป็นนัยภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวซึ่งจะทำให้ภาคการส่งออกสามารถเป็นเครื่องยนต์ผลักดันด้านการผลิตให้รักษาการจ้างงาน สำหรับภาคท่องเที่ยวที่ทรุดตัวซ้ำจากพิษของโควิดที่กลับมาใหม่และดูว่าจะหนักกว่าคราวที่แล้วเห็นได้จากเริ่มมีการปิดสถานบันเทิง บางจังหวัดประกาศห้ามคนโซนพื้นที่สีแดงเข้ามาหรือต้องกักตัวเองตามเกณฑ์คนที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวคงต้องอึดและสู้สู้

การฟื้นตัวของการจ้างงานถึงแม้จะเริ่มมีสัญญาณทางบวกแต่ก็ยังไม่พ้นปากเหวสะท้อนจากข้อมูลที่ยกมาก่อนหน้านี้การฟื้นตัวยังอยู่ในโซนที่มีความไม่แน่นอน ความเสี่ยงคือตลาดแรงงานที่อ่อนไหวอยู่ก่อนหน้านี้จะรับมือกับโควิดรอบใหม่ได้มากน้อยเพียงใด ต้องยอมรับความจริงว่าคนว่างงานแฝงยังมีจำนวนมากแต่ด้วยนิยามที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทำให้ถูกกันแยกออกไปจากอัตราการว่างงานซึ่งไม่สะท้อนกับสภาวะที่เป็นจริง อีกทั้งจำนวนคนสมัครงานและรองานมีจำนวนใกล้หลัก 2 ล้านคนเป็นข้อมูลที่ไม่ควรละเลย เลิกกันเสียทีทำงานแบบเน้นประชาสัมพันธ์ผลงานบนข้อมูลสวยหรูหรือผักชีโรยหน้าโดยไม่สะท้อนกับข้อเท็จจริงทำให้การแก้ปัญหาไม่ตรงจุด...อย่าโกรธไม่ได้ว่าใครเพราะไม่ว่าใครมาเป็นใหญ่ก็ล้วนทำกันทั้งนั้นที่ต้องแก้อยู่ที่ตัวระบบครับ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat