วันหยุดสำคัญ...”สำคัญ” ที่ใจ (เรา)

วันที่ 12 ส.ค. 2563 เวลา 17:00 น.
วันหยุดสำคัญ...”สำคัญ” ที่ใจ (เรา)
คอลัมน์ Great Talk

สวัสดีครับ คุณเกรท

ผมมีคำถามว่า คุณเกรทมีความเห็นยังไงกับวันหยุดของไทยเราที่มีมากมายเหลือเกิน เช่น วันพ่อ วันแม่ วันสงกรานต์ ปีใหม่ เช้งเม้ง หยุดกันจน ไม่ค่อยเหลือเวลาทำงานเลยครับ ส่วนความเห็นผม คิดว่าบางทีเราหยุดกันมากจนเกินไปครับ

ด้วยความเคารพ แจ๊ค

สวัสดีครับ ผมชื่อกอลฟ์นะครับ

คือผมเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว คือเมียผมทิ้งผมไปให้ผมเลี้ยงลูกคนเดียวครับ ทีนี้เรื่องมีอยู่ว่า เวลาที่ โรงเรียนจัดงานวันแม่ ลูกมักถามผมว่า แม่ไปไหน อยากให้แม่มางานด้วย ผมพูดไม่ออกครับ เหมือนน้ำตามันตกใน มันจุกในอกครับ

ผมเคยอ่านและได้ติดตามฟังคุณเกรทมาทราบว่าคุณเกรทเองตอนเด็กๆ ก็มีปมหลายอย่าง เลยอยากได้ความเห็นคุณเกรทว่าผมควรคิดหรือทำอย่างไรดีครับ ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณ แจ๊ค และคุณกอลฟ์

อันว่าเรื่องเทศกาลมันก็มีมาเนิ่นนานนะครับ ตรุษจีน เช็งเม้ง วันแม่ วันพ่อ วิสาขบูชา เข้าพรรษา ออกพรรษา ความตั้งใจจริงของบรรพบุรุษเราน่าจะเป็นกุศโลบายให้ คิดถึงความสำคัญของคนสำคัญในวาระนั้นๆแหล่ะครับ

การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาของชาวคริสต์ทั่วโลกเพื่อยกย่องท่านที่ทรงมาไถ่บาปเพื่อมนุษย์ กลายมาเป็นวันคริสต์มาส

วันที่ทั้งสามเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงกัน คือ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานสำหรับชาวพุทธคือ วันวิสาขบูชา

วันที่บรรดาลูกหลานชวนให้ระลึกนึกถึง บรรพบุรุษของตระกูลก็วันไหว้เช้งเม้ง และ ยังมีวันสำคัญอีกมากมายเขียนไปหนึ่งร้อยหน้าก็ไม่ครบ

สำหรับผมทุกวันล้วนเป็น “วันสำคัญของทุกคนที่เห็นว่าสำคัญ" เราเองไม่สามารถบอกได้ว่าวันของใครสำคัญกว่า

ในตอนเด็กๆ ผมเองก็ทุกข์ทรมานจากการที่บ้านขาดความอบอุ่น

“เทศกาลวันพ่อ” ทีไรก็จะรู้สึกโดดเดี่ยวทุกครั้ง เห็นเพื่อนๆพาพ่อมา ไอ้เราก็เดินคนเดียว เดินไปเจอเพื่อนก็ยิ้มแย้มปกติ ออกแนวแกล้งเพื่อนด้วยซ้ำเพื่อหลอกตัวเองให้ดูเข็มแข็ง พอแกล้งเพื่อนได้สักพักก็แอบไปร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว

ส่วนวันแม่เอง เหตุการณ์ก็ไม่ต่างกันครับ คือมีแม่นะครับแต่แม่ไม่มีเวลาเลย แม่ทำงานราชการ เงินเดือนน้อย ลาหยุดยาก ราชการงานเยอะ ดังนั้นทุกวัน “เทศกาลวันแม่”ก็จะอยู่เช่นเดิมคือ แกล้งเข็มแข็ง แกล้งเพื่อนแล้วก็จบด้วยการวิ่งไปร้องไห้คนเดียวในห้องน้ำ

เรียกได้ว่าห้องน้ำสมัยประถมของผมนี่เป็นเหมือนห้องนอนผมเลยทีเดียว ส่วนโถส้วมเหมือนเพื่อนรักที่ปรับทุกข์ตลอด

ดังนั้นหากคุณกอลฟ์มีความกล้าสักนิด ค่อยๆ บอกความจริงไปเถอะครับ ผมเชื่อว่าเด็กเขารู้ครับว่าความจริงคืออะไร การปิดบังหรือหลีกเลี่ยงคือสิ่งที่ทำร้ายจิตใจเขาในระยะยาวครับ

การรับฟัง อยู่กับเขาในเวลาที่เขาต้องการเป็นเหมือนเพื่อนเขาและพ่อที่คอยดูแลเขา ในวันนี้อาจไม่มีแม่ของเขาที่อยู่ด้วย แต่ด้วยความเป็นพ่อและหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของคุณกอลฟ์ ย่อมเปลี่ยนแปลงจิตใจเขาให้เป็นคนดีในอนาคตได้แน่นอนครับ

ดูอย่างผมสิครับ มีเพื่อนเป็นโถส้วมยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้เลย ^^

ขอให้คุณกอลฟ์มีกำลังสู้ต่อไปครับ

บทความแนะนำ