'คมนาคม' ยันขยายสัมปทานทางด่วนแลกค่าโง่คุ้มกว่าเป็นหนี้แสนล้าน

  • วันที่ 12 ก.ค. 2562 เวลา 17:23 น.

'คมนาคม' ยันขยายสัมปทานทางด่วนแลกค่าโง่คุ้มกว่าเป็นหนี้แสนล้าน

แจงยิบปมยกเค้กให้เอกชน ด้านกทพ.ยันเร่งสร้างทางด่วนไม่กระทบส่งมอบพื้นที่ไฮสปีด

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีการต่ออายุสัมปทานให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อแลกกับการการจ่ายที่โง่จากคดีพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน

โดยส่วนตัวมองว่า การเจรจาไม่ใช่เรื่องเลวร้ายและน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อแลกกับการยุติคดีข้อพิพาททั้งหมด และจ่ายค่าโง่ 59,000 ล้านบาท

เนื่องจากหากรอจนคดีถึงสิ้นสุด อาจจะต้องจ่ายค่าโง่มากกว่า 1 แสน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาหากยึดตามคำตัดสินของศาล ส่วนใหญ่จะยึดแนวทางตามการพิจารณาครั้งแรกเป็นคดีตัวอย่าง ทำให้คดีที่หลังคำพิพากษาของศาลออกมาในแนวทางเดียวกัน เช่น คดีโฮปเวลล์ และคดีที่ประชาชนฟ้องร้องท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกรณีที่มีเสียงดัง

ส่วนกรณีที่ประชาชนมองว่าไม่ควรปรับขึ้นค่าผ่านทางนั้น มองว่า ต่อไปการทางฯ อาจกลายเป็นเหมือนขสมก. การรถไฟฯ และการบินไทย ที่ต้องให้รัฐนำเงินมาอุดหนุน

นายไพรินทร์ กล่าวเสริมว่า ส่วนกรณีที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอื้อต่อเอกชน กรณีที่บีอีเอ็มยื่นข้อเสนอทำโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 หรือ Double Deck 2 มูลค่า 3 หมื่นล้านบาทนั้น อายุสัมปทาน 15 ปี แต่หากโครงการไม่ผ่านอีไอเอก็ไม่สามารถขยายสัมปทานทางด่วนเป็น 30 ปีได้ ซึ่งการจ่ายผลประโยชน์ให้รัฐยังอยู่ 60% ต่อ 40%

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเป็นเรื่องของคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะทำตามมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ไม่อยากให้เอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน

นายไพรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามองว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย แม้จะมีเส้นทางกว่า 200 กิโลเมตร แต่ปัญหาปัจจุบัน คือ การมีปริมาณรถยนต์ที่ใช้ทางด่วนจำนวนมากจนเต็มพื้นที่ จนส่งผลกระทบต่อการจราจร และที่ผ่านมาการทางฯ ไม่มีการก่อสร้างเส้นทางเพิ่ม รวมถึงการปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทางยังไม่มีการปรับขึ้นตามที่ควรจะเป็น ซึ่งส่งผลต่อองค์กร

ทั้งนี้การปรับขึ้นอัตราค่าทางด่วนมองว่า ควรมีการปรับขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาบางรัฐบาลนำไปทำประชานิยม และหากในอนาคตมีการนำเงินภาษีของประชาชนอุดหนุนอีก ก็อาจจะไม่เป็นธรรมกับประชาชนทั้งประเทศและเป็นการเข้าสู่วังวนเดิม

แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยว่ากรณีที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมสั่งการให้ไปเร่งโครงการโครงข่ายทางเชื่อมระหว่างทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (Missing Link) ระยะทาง2.6กม.

โดยในเฟสแรก คือ พื้นที่ก่อสร้างฐานรากช่วงแรกเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ เสาตอม่อทางด่วนจำนวน 8 ต้น เนื่องจากเกรงว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและโครงการรถไฟไฮสปีดจะส่งมอบพื้นที่ไม่ได้เพราะทับซ้อนกับพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนดังกล่าวนั้น กทพ.ได้เริ่มก่อสร้างโครงการมานานแล้ว ตอนนี้คืบหน้า 60% ยืนยันว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค. นี้ โดยไม่กระทบกับการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างรถไฟไฮสปีดแต่อย่างใด

 

ข่าวอื่นๆ