ออกคำสั่งม.44 ต่ออายุบอร์ดกสทช. อายุเกิน70ปี นั่งทำงานต่อได้

  • วันที่ 13 มิ.ย. 2562 เวลา 19:04 น.

ออกคำสั่งม.44 ต่ออายุบอร์ดกสทช. อายุเกิน70ปี นั่งทำงานต่อได้

"บิ๊กตู่ "ลงนามคำสั่ง มาตรา44 ยืดอายุการทำงานคณะกรรมการกสทช. แม้อายุเกิน70ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องระหว่างรอแก้ไขกฏหมายจัดสรรคลื่นความถี่

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนคมแห่งชาติตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ 2561 กำหนดให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่ คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่จำเป็นไปพลางก่อนต่อไป ตามที่กำหนดในมาตรา 42 แห่ง พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 โดยในระหว่างนั้น หากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ้นจำกตำแหน่ง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

ทั้งนี้จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในขณะเดียวกันก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหาและคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการให้มีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งดังกล่าวโดยเร็วต่อไป นั้น

ด้วยเหตุที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในขณะที่มีความจำเป็นต้องมีความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และการสรรหากรรมการดังกล่าว ในระหว่างที่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายยังไม่แล้วเสร็จก็เป็นเรื่องยุ่งยากและอาจเกิดความเสียหายได้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงเห็นควรอาศัยอำนาจตามความในข้อ2 แห่งคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561เรื่อง การยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ไว้ก่อนจนกว่าจะมีพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติใช้บังคับ หรือจนกว่านายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นอย่ำงอื่น

ข้อ 2. ในกรณีที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพ้นจำกตำแหน่งด้วยเหตุอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่พ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติตามข้อ1ใช้บังคับ หรือจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่น

ข้อ 3 ในกรณีที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ตามข้อ 2 ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เท่าที่เหลืออยู่และให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ข้อ 4 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2562

 

ข่าวอื่นๆ