พิษเทรดวอร์ ฉุดส่งออกเดือนเม.ย.ร่วงต่ำสุดในรอบ 24 เดือน นัดถกฑูตพาณิชย์ 31 พ.ค.นี้

  • วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 14:00 น.

พิษเทรดวอร์ ฉุดส่งออกเดือนเม.ย.ร่วงต่ำสุดในรอบ 24 เดือน นัดถกฑูตพาณิชย์ 31 พ.ค.นี้

ส่งออกเดือนเม.ย.ปรับลดลง2.57% จากปัจจัยลบสงครามการค้า "สมคิด"นั่งหัวโต๊ะหารือฑูตพาณิชย์ 31 พ.ค.นี้ ประคองเป้าหมายส่งออก 8%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือน เม.ย.2562 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 18,555 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2.57% ซึ่งเป็นมูลค่าส่งออกที่ต่ำสุดในรอบ 24 เดือนนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2560 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 20,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.72% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า1,457 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ภาพรวมในช่วง 4 เดือนแรก(ม.ค.-เม.ย.) การส่งออกมีมูลค่า 80,543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.86% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 79,993 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.08% ดุลการค้าเกินดุล 549 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้การส่งออกไทยในเดือน เม.ย. ที่ปรับลดลงเป็นผลจากแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ ทั้งการค้าโลกและอุปสงค์ของคู่ค้าสำคัญชะลอตัวลงตามวัฏจักรการค้า ประกอบกับปัจจัยชั่วคราวที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละภูมิภาค เช่น นโยบายปกป้องทางการค้าของสหรัฐฯ สถานการณ์ทางการเมืองในยุโรป ตลาดสินเชื่อในจีน

"การส่งออกที่ติดลบเป็นการหดตัวจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากไทยเป็นห่วงโซ่การผลิตของจีน รวมถึงการส่งออกทองคำที่ชะลอตัวตามราคาทองคำที่ปรับลดลง ซึ่งผู้ประกอบการหลายประเทศในขณะนี้ที่ประสบปัญหาจากสงครามการค้า โดยจะจะทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงให้ลูกค้าทำสัญญาระยะยาวมากขึ้นเป็น 1 ปี หรือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ความผันผวนของค่าเงินเป็นเรื่องน่ากังวล ดังนั้นอยากให้ผู้ส่งออกได้คุยกับผู้นำเข้า เพื่อขอให้ทำสัญญาซื้อขายกันให้ยาวขึ้น ปีนี้การส่งออกในปีนี้ไม่สดใส เพราะปัจจัยเสี่ยงมันเยอะ แต่ยังเชื่อมั่นในการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย" น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะประชุมร่วมกับทูตพาณิชย์ เพื่อหารือถึงแนวทางการผลักดันการส่งออกของไทย ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงมีการประเมินสถานการณ์การส่งออกและทบทวนเป้าหมายการส่งออกสำหรับปีนี้ใหม่ จากในปัจจุบันที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าไว้ว่าการส่งออกปีนี้จะเติบโตได้ 8% หากจะทำให้การส่งออกในปีนี้ไม่ติดลบ จะต้องทำให้มูลค่าการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้ (พ.ค.-ธ.ค.62) ได้ไม่ต่ำกว่า 21,500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

นอกจากนี้จากการหารือกับภาคเอกชนถึงสถานการณ์สงครามการค้านั้น พบว่า ผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐจัดตั้งวอร์รูมขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถประสานงานและประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันภาคเอกชน ยังเห็นควรว่าต้องปรับนโยบายการค้าและการลงทุนของประเทศให้มีความสอดคล้องกันมากขึ้น เนื่องจากมองว่าทิศทางการลงทุนในปัจจุบันยังไม่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เท่าที่ควร

ข่าวอื่นๆ