อธิบดีกรมรางคนใหม่คุมเบ็ดเสร็จ รถไฟ-รถไฟฟ้า-ไฮสปีด เอกชนหวั่นอำนาจล้นมือ

  • วันที่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

อธิบดีกรมรางคนใหม่คุมเบ็ดเสร็จ รถไฟ-รถไฟฟ้า-ไฮสปีด เอกชนหวั่นอำนาจล้นมือ

คมนาคม ยันกรมรางฯเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ เล็งออกเกณฑ์คุม KPIรถไฟฟ้า พ่วงชดใช้ค่าเสียหายหากเกิดดีเลย์ ดัน local content ส่งเสริมอุตสาหกรรมทางรางไทย

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร(สนข.) ว่าที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (กรมราง) เปิดเผยว่าการจัดตั้งกรมราง เป็นภาระกิจหลักที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการผลักดันตั้งแต่ช่วงต้นการเข้ามาบริหารประเทศในช่วงปี 2558 เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนเรื่องระบบรางหลายแสนล้านบาท ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าเมืองหลวงและรถไฟความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังมีภาระกิจเข้ามายกระดับงานบริการขนส่งสาธารณะที่เห็นภาพชัดๆ คือ การตั้งค่าประเมิน KPI ในงานบริการรถไฟฟ้า เช่น แต้มตรงต่อเวลาแต้มความแออัดของผู้โดยสารและแต้มความพึงพอใจเป็นต้น รวมจะเข้ามาคุมเรื่องราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะเปิดบริการ นอกจากนี้ยังมี พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปรับปรุงกระทรวงทบวง กรม (ฉบับที่..)พ.ศ... ว่าด้วยการ จัดตั้งกรมการขนส่งทางราง และร่างพ.ร.บ.ขนส่งทางราง พ.ศ... ซึ่งอยู่ระหว่างผลักดันบังคับใช้ภายในปีนี้ ทำหน้าที่เป็นกฎหมายให้เอกชนต้องปฎิบัติตาม รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมายเกี่ยวกับระบบราง ดังนั้น ภาระกิจงานจะครอบคลุม รถไฟ รถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง

แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าและบริษัทเอกชนที่สนใจลงทุนโครงการระบบราชในอนาคตจนทำให้บางฝ่ายเกิดความเกรงกลัวถึงขอบเขตอำนาจของกรมดังกล่าว ทั้งการตั้งค่าประเมินประจำปี KPI ซึ่งจะมาพร้อมบทลงโทษหากไม่ทำตาม เช่น การปรับเงิน หรือการชดเชยค่าใช้จ่ายให้ผู้โดยสาร (payback)ในกรณีรถไฟฟ้าขัดข้องหรือมีการล่าช้าเกิดขึ้น(Delay)เช่นเดียวกับในต่างประเทศ ตลอดจนคุมราคาค่าโดยสารให้มีความเหมาะสม การเร่งรัดโครงการก่อสร้างระบบราง การสร้างกติกาทีมีผลทางกฎหมายให้ปฏิบัติร่วมกัน ตลอดจนการกำหนดเงื่อนไขในการประมูลโครงการเช่น กำหนดสัดส่วนวัตถุดิบที่ต้องผลิตในประเทศ (local content) เป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมทางรางของไทย อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้สำหรับประวัติการศึกษานายสราวุธ ทรงศิวิไลนั้น ปี 2520 – 2523 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์สิงหเสนี), ปี 2523 – 2524 มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, ปี 2524 – 2528 วศ.บ. (วิศวกรรมโยธา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปี 2530 – 2532 วศ.ม. (ชนส่ง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในส่วนประวัติการทำงานนั้น พ.ศ. 2529 – 2540 วิศวกรโยธาฝ่ายแผนงานกองบำรุงกรมทางหลวง พ.ศ. 2540 – 2545 หัวหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือสำนักบริหารบำรุงทางกรมทางหลวง พ.ศ. 2545 – 2547 ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานผู้รับจ้าง(งานจดทะเบียนผู้รับเหมา) กรมทางหลวง พ.ศ. 2547 – 2549 ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางธนบุรี(แขวงการทาง) กรมทางหลวง พ.ศ. 2549 – 2550 ผู้อำนวยการแขวงการทางกรุงเทพ กรมทางหลวง

พ.ศ. 2550 – 2552 ผู้อำนวยการกลุ่มกำหนดกลยุทธ์และแผนงานบำรุงทาง สำนักบริหารบำรุงทาง กรมทางหลวง พ.ศ. 2552 – 2556 ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่8 (นครราชสีมา) กรมทางหลวง พ.ศ. 2556 – 2557 รองอธิบดีกรมทางหลวง(ฝ่ายวิชาการ) กรมทางหลวง พ.ศ. 2557 – 2560 รองอธิบดีกรมทางหลวง(ฝ่ายบำรุงทาง) กรมทางหลวง พ.ศ. 2560 – 2561 ผู้ตรวจราชการกระทรวงกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2561 – ปัจจุบัน ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.

 

ข่าวอื่นๆ