ดัชนีเชื่อมั่นฯมี.ค.สูงสุดรอบ74เดือนรับแรงหนุนการบริโภคในประเทศ

  • วันที่ 23 เม.ย. 2562 เวลา 13:16 น.

ดัชนีเชื่อมั่นฯมี.ค.สูงสุดรอบ74เดือนรับแรงหนุนการบริโภคในประเทศ

สอท.เผยดัชนีเชื่อมั่นเดือนมี.ค.อยู่ที่ 96.3 เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3  เอกชนหวังเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วสร้างความเชื่อมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึง  ผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจำเดือนมีนาคม 2562 จากการสำรวจ 1,207 รายครอบคลุม 45กลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับ 96.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และปรับตัวสูงสุดรอบ 74 เดือนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  2556

ทั้งนี้จากการสำรวจ พบว่า ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นยังคงได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ ทำให้ยอดขายและยอดคำสั่งซื้อปรับตัวเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าคงทนและสินค้าไม่คงทน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น อีกทั้งผู้ประกอบการได้เร่งการผลิต เพื่อชดเชยในเดือนเมษายนที่มีวันทำงานน้อยกว่าปกติ เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนจากดัชนีปริมาณการผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อการเมืองภายในประเทศหลังการเลือกตั้ง จึงต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการค้าและการลงทุน นอกจากนี้ยังพบว่า ปัจจัยภายนอกประเทศทั้งจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงเห็นว่าการบริโภคภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง อยู่ที่ระดับ 104.2 โดยลดลงจาก 105.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีสาเหตุจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ ตลอดจนแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

“ต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการค้าและการลงทุนและเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใน ขณะที่ปัจจัยซึ่งเอกชนมองว่าจะกระทบต่อการดำเนินกิจการที่เอกชนกังวลจากการสอบถามมากสุดเป็นภาวะเศรษฐกิจโลก รองลงมาเป็นราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์การเมืองในประเทศ “นายสุพันธุ์กล่าว

 

 

ข่าวอื่นๆ