กทม.รับลูก 'บิ๊กตู่' เร่งเจรจาเจ้าของสัมปทานสายสีเขียว ย้ำราคาไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย

  • วันที่ 13 เม.ย. 2562 เวลา 12:22 น.

กทม.รับลูก 'บิ๊กตู่' เร่งเจรจาเจ้าของสัมปทานสายสีเขียว ย้ำราคาไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย

กทม.กางเงื่อนไขประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ชูเกณฑ์คุมราคาเป็นตัวชี้วัดผลประมูล ด้านบีทีเอสพร้อมเจรจาทุกรูปแบบ ขั้นตอนต้องเสร็จสรุปภายใน30วัน

นายภาณุรักษ์ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวางแผนและจราจร กรุงเทพมหนคร(กทม.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกประกาศคำสั่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2562 เรื่องการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและส่วนต่อขยาย ให้ดำเนินการเจรจาร่วมกับผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นั้น การเสนอขั้นตอนเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวฯปัจจุบันกทม.ได้รับโอนทรัพย์สินจากกระทรวงคมนาคมมาแล้ว โดยจ้างบีทีเอสเดินรถไปพลางก่อน ควบคู่ไปกับการเปิดคัดเลือกเอกชนรายใหม่เข้ามารับงานเดินรถถาวร

ทั้งนี้ต้องเร่งคัดเลือกเอกชนรายใหม่เข้ามาเดินรถ หรือ เจรจากับเอกชนรายเดิมให้เดินรถต่อไปบนเงื่อนไขหลักที่กทม.ต้องการคือราคา 65 บาทตลอดสาย นอกจากนี้ในการเปิดประมูลโครงการสายสีเขียวเหนือ-ใต้ส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต-ลำลูกกา และ ช่วงสมุทรปราการ-บางปู วงเงินลงทุนราว 2.2 หมื่นล้านบาท จะใช้เกณฑ์ราคาดังกล่าวเป็นหนึ่งในคะแนนตัดสินผลประมูล

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการบังคับใช้อัตราค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียว 65 บาทตลอดสายตั้งแต่ช่วง คูคต-สมุทรปราการ ตามนโยบายของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นั้นคงไม่สามารถเจรจากับบีทีเอสได้ข้อสรุปทันกลางเดือนเม.ย.นี้ เพราะมีรายละเอียดอีกมากทั้งการเตรียมพร้อมด้านข้อมูลและการร่างกติกาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันได้ อย่างไรก็ตามยังยืนยันว่าค่าโดยสารสายสีเขียวในปัจจุบันช่วงหมอชิต-สมุทรปราการ ยังคงต่ำกว่า 65 บาท โดยมีราคาเพียง 59 บาท/เที่ยว แต่หากจะเสนอให้เส้นคูคต-สมุทรปราการ หรือ ลำลูกกา-บางปู มีราคา 65 บาทตลอดสายนั้นต้องเจรจรกันอีกครั้งหลังจากได้ผู้ชนะประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา. กรรมการผู้อำนวยการใหญ่. บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( บีทีเอส) กล่าวว่า บีทีเอสพร้อมเจรจากับทางรัฐบาลและเจ้าของสัมปทาน คือ กทม. หลังจากนี้จะหาข้อสรุปร่วมกันภายใน 30 วัน ที่ผ่านมาได้ทราบเบื้องต้นว่า ทางกทม.ติดปัญหาเรื่องดังกล่าวอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าจะหนักจนต้องใช้ประกาศม.44 ทั้งนี้บีทีเอสพร้อมเดินหน้าเจรจาทั้งการใช้รายเดิมหรือการต่อรองรายใหม่ เห็นด้วยที่ต้องรีบทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและการสร้างความพอใจให้กับขนส่งมวลชนสาธารณะ

สำหรับการเดินรถบีทีเอสในช่วงส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการนั้น กทม.จะต้องจ้างบีทีเอสเดินรถ โดยมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 20 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวจะหักลบหนี้ ในกรณีที่ บีทีเอสได้เป็นผู้รับสัปทานเดินรถต่อ

ด้านผู้ใช้บริการส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 60,000 คนต่อวัน สูงสุดพุ่งสูงที่ 80,000 คนต่อวัน สูงกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ ประมาณ 48,000 -50,000 คน ซึ่งอาจจะเป็นช่วงให้บริการฟรี โดยหลังจากนี้ต้องติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการอีกรอบหลังมีการเก็บค่าโดยสาร เพราะอาจจะมีบางส่วนเปลี่ยนไปใช้บริการสาธารณะอื่นได้

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต นั้น ทางกทม.คาดจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 100,000 คนต่อวัน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมี ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย และสถานที่ราชการ ซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านแหล่งชุมชน ด้วย ดังนั้นตามแผนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) จะเปิดให้บริการสถานีห้าแยกลาดพร้าวก่อน 1 สถานี ภายในเดือนส.ค. 2562 และจะเร่งรัดเปิดอีก 4 สถานี คือ สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายในเดือนธ.ค. 2562 ส่วนที่จะเปิดให้บริการตลอดสายในปี 2564

 

ข่าวอื่นๆ