พาณิชย์บีบโรงพยาบาลเอกชนแจงต้นทุนบัญชีราคายา

  • วันที่ 11 ก.พ. 2562 เวลา 07:10 น.

พาณิชย์บีบโรงพยาบาลเอกชนแจงต้นทุนบัญชีราคายา

พาณิชย์เรียกประชุมโครงสร้างราคายา เรียกโรงพยาบาลเอกชนแจงรายละเอียดต้นทุนก่อนหามาตรการดูแล

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้คณะทำงานเพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ที่มี นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน จะมีการประชุมนัดแรก โดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลเอกชน มาสอบถามเกี่ยวกับต้นทุนของยาทั้งที่เป็นยาในประเทศและยานำเข้ามาจากต่างประเทศของแต่ละแห่งมาเก็บไว้เป็นข้อมูล

ทั้งนี้ หลังจากได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจะมีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของราคาที่โรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งว่าคิดค่ายากับผู้ใช้บริการเป็นอย่างไรบ้าง และมีการนำต้นทุนอย่างอื่นมารวมกับค่ายาหรือไม่ โดยในกรณีที่เห็นว่าราคายาแพงเกินไป และคณะทำงานเห็นว่าโรงพยาบาลมีการชี้แจงต้นทุนไม่สมเหตุสมผล จะมีการเข้าไปดูแลราคาต่อไปเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภคด้วย

“ยืนยันว่าการดูแลราคายานั้นจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่ายทั้งประชาชน โรงพยาบาล ซึ่งคงต้องดูข้อมูลกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร ในส่วนของราคายายอมรับว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งอาจมีต้นทุนราคาไม่เท่ากัน เช่น โรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมากก็สามารถสั่งยาครั้งละมากๆ เพื่อที่จะได้ยาต้นทุนต่ำกว่า โรงพยาบาลที่มีสาขาน้อยและซื้อตัวยามาไม่มากนัก” นายประโยชน์ กล่าว

สำหรับการพิจารณาเรื่องของโครงสร้างราคายานั้น เบื้องต้นจะมีการเน้นตัวยาที่ประชาชนเข้ามาใช้บริการกันมากๆ ก่อนนำร่องประมาณ 1,000 รายการ จากทั้งหมดที่มีตัวยากว่า 1 หมื่นรายการ

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ซึ่งในส่วนของการดูเรื่องของยาและค่ารักษาพยาบาลนั้น จะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป และให้ความสำคัญด้านความโปร่งใสในการคิดราคาและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายวิชัย กล่าวว่า มติคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2562 ที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องปิดป้ายแสดงราคายาให้ชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลปิดป้ายแสดงราคาอยู่แล้ว แต่จะขายตามราคาที่ปิดป้ายไว้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากจะให้ได้ผลทางกฎหมายต้องออกประกาศให้ชัดเจน ถ้าไม่ดำเนินการจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

ข่าวอื่นๆ