รฟท.ขยับหนีขาดทุน ตั้งเป้าพลิกกำไรปี'65 หวังไฮสปีด-รถไฟทางคู่ สร้างรายได้เติบโต

  • วันที่ 08 ก.พ. 2562 เวลา 07:57 น.

รฟท.ขยับหนีขาดทุน ตั้งเป้าพลิกกำไรปี'65 หวังไฮสปีด-รถไฟทางคู่ สร้างรายได้เติบโต

รฟท.คาดปีนี้ขาดทุน 2 หมื่นล้าน เล็งต่อยอดกลุ่มลูกค้าตลาดใหม่ล้างหนี้ เตรียมเปิดประมูลบางซื่อ 3 แปลงในปีนี้

นายวรวุฒิ  มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.กำลังก้าวสู่อนาคตใหม่ขององค์กรสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังกิจการใหม่ที่ยั่งยืนทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แปลงงามมูลค่าหลายแสนล้านบาท สถานีแม่น้ำและสถานีกลางบางซื่อ โดยคาดการณ์รายได้ปีนี้จะอยู่ที่ 9,760 ล้านบาท มีรายจ่าย 1.71 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับรายจ่ายเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้จะมียอดขาดทุนในปีนี้รวม 2.18 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางโครงสร้างพื้นฐานระบบรางไว้แล้วเมื่อก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดใช้ มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาขาดทุนได้ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถหยุดขาดทุนและตัวเลขหลังหักค่าใช้จ่ายกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หรือมีกำไรจากผลประกอบการในปี 2565-2566

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้นในเดือนนี้จะเสนอขอความเห็นชอบโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อนั้นจะเริ่มจากแปลงเอ พื้นที่ 32 ไร่ วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาได้ภายในเดือน ก.พ.นี้ ก่อนเปิดประมูลต่อไป

นอกจากนี้ ในปี 2562 จะทยอยเสนอโครงการและเปิดประมูลพื้นที่แปลงบี 78 ไร่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีกลางบางซื่อ และแปลงซี 105 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณขนส่งหมอชิตใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อไป

นายวรวุฒิ กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการแก้ภาระหนี้นั้น คือ การเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ ที่ผ่านมายอมรับว่า รฟท.ไม่สามารถแข่งขันกับตลาดสายการบินต้นทุนต่ำได้ แต่ในอนาคตจะมุ่งเป้ามาแข่งขันกับตลาดรถตู้ระหว่างจังหวัดมากกว่าในะระยะทาง 200 -300  กิโลเมตร โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีตัวเลขผู้โดยสารสูง เช่น นครราชสีมา พิษณุโลก ชุมพร เป็นต้น

รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่าความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบินอีอีซี วงเงิน 2.15 แสนล้านบาทนั้น ได้หารือสำหรับการเจรจาในกรอบที่ 1 และ 2 จากทั้งหมด 3 กรอบ โดยถือว่าเป็นการพิจารณาข้อเสนอที่ค่อนข้างซับซ้อน จึงได้นัดเอกชนมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 12 ก.พ.นี้ ส่วนกรณีกระแสข่าวเรื่องที่เอกชนเสนอขอขยายระยะเวลาสัมปทานเป็น 99 ปีนั้นยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้

ข่าวอื่นๆ